กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

สมุดปกเหลือง

โพสต์เมื่อ 8 ก.พ. 63 07:55:49 | 473


สมุดปกเหลือง

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย tmin6 เมื่อ 8 ก.พ. 63 07:55:49 จาก URL นี้ : https://vegus111.com/

สมุดปกเหลือง
สมุดปกเหลือง

สมุดปกเหลือง

โพสต์โดย tmin6 เมื่อ 8 ก.พ. 63 07:55:49


วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2476 ระอุกว่าที่ควรเป็นเพราะบรรยากาศการเมืองตึงเครียด ท่าเรือบีไอ.ยามนี้คลาคล่ำด้วยผู้คนหลายพันคน พวกเขามาส่งชายคนหนึ่งดังกล่าว

ข่าวแพร่ไปทั่วเมือง หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ถูกเนรเทศออกนอกประเทศไป

สิบเดือนก่อนหน้านี้ สยามประเทศเข้าสู่ระบอบการปกครองใหม่โดยไร้ความสูญเสียเลือดเนื้อ แต่จากระบอบประชาธิปไตยใหม่กำลังจะลอกคราบครั้งแรก

รัฐประหาร!

รัฐประหารครั้งแรกหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เป็นรัฐประหารเงียบ. . . .

มันเริ่มที่สมุดเล่มหนึ่ง

.

ในปี พ.ศ. 2472 ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาล่ม เศรษฐกิจโลกตกต่ำ กระทบกระเทือนสยามด้วย ข้าวยากหมากแพง ราษฎรเดือดร้อนถ้วนหน้า?

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยใน พ.ศ. 2475 สภาวะเศรษฐกิจยังคงเลวร้าย คณะราษฎรและพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรีต้องหาทางแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน จึงมอบหมายให้ ปรีดี พนมยงค์ คิดแผนด้านเศรษฐกิจ เพื่อตอบโจทย์หลักข้อที่ 3 ของประกาศคณะราษฎรที่มีความว่า “จะต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติแล้ว ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก”

ปรีดี พนมยงค์ จึงร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และเสนอร่างแผนนี้ต่อรัฐบาลในปี พ.ศ. 2476 เรียกว่า เค้าโครงการเศรษฐกิจ ที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สมุดปกเหลือง

ปรีดี พนมยงค์ กล่าวว่า “สิ่งที่ผมเสนอเป็นแผนเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองพร้อมกัน”

“เพราะอะไร?”

“ประชาธิปไตยทางการเมืองมิอาจเกิดขึ้นได้หากประเทศไม่มีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ”

“อะไรคือประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ?”

“ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจหมายถึงคนส่วนใหญ่ของสังคมไม่ตกเป็นทาสของคนส่วนน้อย”

“ใครคือคนส่วนน้อย?”

“พวกที่ใช้อำนาจผูกขาดเศรษฐกิจของสังคม”

“แล้วคุณหลวงทำอย่างไร?”

“สภาพเศรษฐกิจตกต่ำในสมัยนี้ ผู้เดือดร้อนมากที่สุดคือกสิกร ผมเสนอให้รัฐซื้อที่ดินจากเจ้าของเดิมด้วยพันธบัตร ให้ดอกเบี้ยประจำปีในอัตราที่เป็นธรรม ก่อตั้งสหกรณ์ต่างๆ ขึ้น ให้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐ แต่ราษฎรยังมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน จัดตั้งธนาคารแห่งชาติ และออกสลากกินแบ่งเพื่อระดมทุนให้รัฐ...

“และเพื่อให้เราเป็นรัฐสวัสดิการ ผมได้วางหลักประกันสังคม”

“อย่างไร?”

“รัฐจะให้การประกันแก่ราษฎรนับตั้งแต่นาทีแรกที่ลืมตาดูโลกจนถึงวันตาย ถ้าราษฎรคนใดไม่สามารถทำงาน ไม่ว่าด้วยเพราะเหตุเจ็บป่วย ชราภาพ หรือพิการ จะได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากรัฐบาล ดังนั้นนี่จึงไม่ได้แก้เฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ แต่แก้ปัญหาสังคมด้วย มันจึงเป็นร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรกของประเทศ”

ปรีดี พนมยงค์ เสนอร่างเค้าโครงการเศรษฐกิจฉบับนี้ต่อรัฐบาล อนุกรรมการพิจารณาโครงการส่วนใหญ่เห็นด้วยนั้น

แต่ไม่ทุกคนที่. . . ??

กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยได้แก่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยามโนปกรณ์นิติธาดา แม้แต่แกนนำคณะราษฎรจำนวนหนึ่ง

“เค้าโครงเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์ฯก็คือแนวคิดของสตาลินนั่นเอง ถ้านายปรีดีไม่ได้ลอกแนวคิดมาจากสตาลิน สตาลินก็ต้องลอกมาจากนายปรีดี”

“ใช่แล้ว สองโครงการนี้เหมือนกัน ต่างกันแค่รายละเอียดปลีกย่อย ฉบับหนึ่งเป็นข้าวสาลี อีกฉบับหนึ่งเป็นข้าวสาร”

.

เวลานั้นภาพของคอมมิวนิสต์คือปิศาจร้าย การปฏิวัติรัสเซียในปี พ.ศ. 2460 ซาร์นิโคลาสและราชวงศ์ถูกปลงพระชนม์อย่างเหี้ยมโหดฝังใจชาวโลก

โจเซฟ สตาลิน ผู้นำโซเวียตคนที่สองผู้สืบอำนาจต่อจากเลนินเสนอโครงการเศรษฐกิจห้าปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2472 เป็นโครงการเศรษฐกิจด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก เช่น โรงงานเหล็กกล้า รถไฟ ไฟฟ้า เหมืองแร่ เพื่อพัฒนาชาติที่กำลังขยายตัว ใครก็ตามที่ไม่สามารถผลิตงานตามที่รัฐต้องการอาจมีโทษถึงตาย

ช่วงหลายปีนั้น ชาวนาฐานะดีถูกบังคับให้ยกผลผลิตกับสัตว์เลี้ยงทั้งหมดแก่รัฐ เหล่าชาวนาเหล่านั้นไม่ยินยอม ก็ทำลายผลผลิตและฆ่าสัตว์เลี้ยง ไม่ยอมมอบให้รัฐ ผลที่ตามมาคือรัสเซียสูญเสียผลผลิตและปศุสัตว์กว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ เกิดปัญหาอดอยาก

ด้วยความโกรธ สตาลินสั่งจับกุม กักขัง ทรมาน และประหารชีวิตผู้ต่อต้าน ชาวนาจำนวนมากถูกส่งไปทำงานที่ไซบีเรีย ใต้ฝ่ามือเหล็กของสตาลิน เกษตรกรตายไปกับโครงการเศรษฐกิจฉบับนั้นถึงเจ็ดล้านคน ดังนั้นเมื่อ ปรีดี พนมยงค์ เสนอเค้าโครงเศรษฐกิจแห่งชาติที่มี ‘กลิ่น’ คล้ายโครงการเศรษฐกิจของรัสเซีย จึงมีแรงต่อต้านอย่างหนัก

หากเมืองไทยยังไม่พร้อมสำหรับระบอบประชาธิปไตย ก็ยิ่งไม่พร้อมสำหรับระบอบคอมมิวนิสต์

พระยามโนปกรณ์นิติธาดาพบสี่ทหารเสือ

“ผมเสนอเจ้าคุณทั้งสี่ให้ล้มเค้าโครงเศรษฐกิจฉบับนี้”

กลุ่มสี่ทหารเสือเห็นด้วย ยกเว้นพระยาพหลพลพยุหเสนาคนเดียวที่เห็นด้วยกับแนวคิดของ ปรีดี พนมยงค์

“เจ้าคุณก็รู้ว่าสมุดปกเหลืองเล่มนี้เหมือนกับโครงการเศรษฐกิจห้าปีของรัสเซีย”

พระยาพหลฯว่า “แต่นี่มิใช่คอมมิวนิสต์ สังคมนิยมไม่ใช่คอมมิวนิสต์เสมอไป”

“ใช่แน่นอน เจ้าคุณจะให้สยามเป็นคอมมิวนิสต์ชาติที่สองต่อจากรัสเซียหรือ?”

“คนที่ไม่เห็นด้วยก็เพราะไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งเจ้าขุนมูลนายเป็นผู้คุมทุกอย่างอยู่”

สถานการณ์ความขัดแย้งเริ่มขยายตัว ปรีดี พนมยงค์ จึงลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี

เมื่อเห็นว่ามีโอกาสสูงที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติผ่านเค้าโครงนี้ และพระยาพหลฯไม่ร่วมด้วย พระยาทรงสุรเดชก็ชวนพระยาฤทธิอัคเนย์และพระประศาสน์พิทยายุทธก่อรัฐประหารเงียบ

วันเสาร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2476 ทหารเข้าล้อมที่ทำการสภาผู้แทนราษฎรและที่พักของ ปรีดี พนมยงค์ พระยามโนฯประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษฎร ตามมาด้วยการออกพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์

เรียกว่า ‘รัฐประหารปากกาด้ามเดียว’

พระยาพหลฯกล่าวกับ ปรีดี พนมยงค์ “พวกเขาใช้สมุดปกเหลืองของคุณหลวงเป็นเครื่องมือล้มคุณหลวงและคณะราษฎร สมุดปกเหลืองเป็นเพียงข้ออ้าง”

“เราอาจจะพลาดจุดหนึ่ง”

“อะไร?”

“บางทีเราประนีประนอมกับกลุ่มอำนาจเก่ามากเกินไป ทำให้เราไม่สามารถผลักดันนโยบายของเราได้จริงๆ”

“ตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ยกเว้นคุณหลวงคนเดียวแล้ว กรรมการร่างฯทั้งหมดเป็นขุนนางในระบอบเก่า พระยามโนฯเป็นขุนนางเก่า ยังศรัทธาในระบอบเก่าและมีแนวคิดแบบอนุรักษนิยมเกินไป เขาอาจจะทำให้ระบอบประชาธิปไตยรัฐสภาชะงัก”

“ผมควรทำอย่างไร?”

“หลบไปอยู่ที่ต่างประเทศสักพัก”

ปรีดี พนมยงค์ ถูกเนรเทศออกนอกประเทศ ไปพำนักที่ฝรั่งเศส

ระบอบประชาธิปไตยสยามมีอายุไม่ถึงหนึ่งขวบ คณะราษฎรก็แตกร้าวจากภายในเรียบร้อยแล้ว

.

ที่สิงคโปร์ ปรีดี พนมยงค์ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ The Straits Times ว่า “ข้าพเจ้าขอปฏิเสธข้อที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ข้าพเจ้าเป็นแต่เพียงโซเชียลลิสต์ต่างหาก...

“ข้าพเจ้าไม่ใช่คอมมิวนิสต์ มิได้นิยมชมชื่นคอมมิวนิสต์แม้แต่น้อย ข้าพเจ้ายอมรับว่าเป็น radical (พวกหัวรุนแรง) เป็น radical ที่ค่อนไปในแนวโซเชียลลิสต์ แต่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์แน่นอน”

เมื่อไปถึงกรุงปารีส ปรีดี พนมยงค์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์สว่า “ข้าพเจ้าไม่เคยคิดทําลายล้างคนมีเงิน สิ่งที่ข้าพเจ้าปรารถนาอย่างยิ่งคือส่งเสริมสวัสดิภาพของราษฎรเท่านั้น ข้าพเจ้าประสงค์จะพัฒนาชาติโดยการอุตสาหกรรม ลัทธิคอมมิวนิสต์ในสยามมีอิทธิพลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความคิดของข้าพเจ้าไปในแนวทางของพรรคเลเบอร์ของอังกฤษมากกว่า...”

“ข้าพเจ้ามิได้เป็นคอมมิวนิสต์อย่างที่ใครเข้าใจ ข้าพเจ้าไม่เคยติดต่อกับ The Third International (คือ Comintern องค์การคอมมิวนิสต์นานาชาติ) การที่ข้าพเจ้าออกจากสยามก็เพราะไม่ต้องการให้เกิดความยุ่งยากขึ้น ทั้งนี้เป็นคำแนะนำของผู้ใหญ่ที่ข้าพเจ้าเคารพ”

.

แม้ไร้เงา ปรีดี พนมยงค์ บนแผ่นดินไทยแล้ว ความขัดแย้งยังไม่ยุติ พระยามโนปกรณ์นิติธาดาประกาศงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา

คลื่นใต้น้ำรุนแรงขึ้น กลุ่มพระยาพหลฯและหลวงพิบูลสงครามรอเวลาที่สุกงอมเหมาะแก่เวลา

ในวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476 พระยาพหลพลพยุหเสนา หลวงพิบูลสงคราม หลวงกาจสงคราม และคณะทหารยกกำลังทหารเข้ายึดอำนาจจากพระยามโนฯ พระยาพหลพลพยุหเสนาแต่งตั้งตนเองเป็นผู้รักษาพระนคร หลวงพิบูลสงครามเป็นเลขานุการฝ่ายทหารบก หลวงศุภชลาศัยเป็นเลขานุการฝ่ายทหารเรือ

หลวงกาจสงครามเป็นผู้นำจดหมายของคณะรัฐประหารไปยื่นให้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐประหารสั่งปลดพระยาฤทธิอัคเนย์พ้นจากตำแหน่งผู้บังคับการทหารปืนใหญ่ที่ 1 เนรเทศพระยามโนฯไปต่างประเทศ

ขบวนรถไฟสายที่พากรมพระนครสวรรค์วรพินิตออกไปลี้ภัยต่างแดน บัดนี้พานายกรัฐมนตรีคนแรกไปตามเส้นทางเดียวกัน

พระยามโนปกรณ์นิติธาดาไม่ได้กลับแผ่นดินเกิดอีกเลย

วันรุ่งขึ้นพระยาพหลพลพยุหเสนาขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่สองของประเทศสยาม

คำสั่งของนายกรัฐมนตรีคนใหม่คือ “เรียกตัวหลวงประดิษฐ์ฯกลับมา”

.

กลางปี 2476 ท่าเรือบีไอ.คลาคล่ำด้วยผู้คนหลายพันคน พวกเขามารับชายคนหนึ่ง

ข่าวแพร่ไปทั่วเมือง ปรีดี พนมยงค์ กลับจากฝรั่งเศสแล้ว โดยสารเรือฮาโนเกมารู เรือยามฝั่งของไทยไปรับตัวที่เกาะสีชัง

ปรีดี พนมยงค์ กลับมาทำงานต่อ แต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 2 และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ถูกสั่งห้ามพูดเรื่องเค้าโครงเศรษฐกิจอีกต่อไป

สี่เดือนต่อมา ก็เกิดเหตุการณ์รัฐประหารครั้งที่สาม กบฏบวรเดช

.

หมายเหตุ นักประวัติศาสตร์หลายคนเห็นว่า แม้ว่าสมุดปกเหลืองจะถูกฉีกทิ้งในปี 2476 แต่สาระสำคัญหลายข้อถูกนำมาใช้ในช่วงที่ ปรีดี พนมยงค์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีมหาดไทย และรัฐมนตรีต่างประเทศ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐผลักดันให้มีการปฏิรูประบบภาษีใหม่ ก่อตั้งธนาคารชาติ ฯลฯ

นอกจากนี้ยังผลักดันหลักการประกันสังคม ช่วยเหลือใน จัดหาปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น พัฒนาการจัดเก็บภาษีอากรระบบใหม่ที่เป็นธรรมมากขึ้น เรียกว่า ประมวลรัษฎากร จัดเก็บภาษีเงินได้มาถึงปัจจุบันนี้

.


เครดิตจาก : https://vegus111.com/



คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
รูปน่าสนใจอื่นๆ