กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

ส่องหลักนิติธรรมผ่านเลนส์มนุษยธรรม สู่ความยั่งยืนในระบบยุติธรรม

โพสต์เมื่อ 15 ธ.ค. 62 01:11:24 | 107


ส่องหลักนิติธรรมผ่านเลนส์มนุษยธรรม สู่ความยั่งยืนในระบบยุติธรรม

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย prmans เมื่อ 15 ธ.ค. 62 01:11:24

ส่องหลักนิติธรรมผ่านเลนส์มนุษยธรรม สู่ความยั่งยืนในระบบยุติธรรม
ส่องหลักนิติธรรมผ่านเลนส์มนุษยธรรม สู่ความยั่งยืนในระบบยุติธรรม
ส่องหลักนิติธรรมผ่านเลนส์มนุษยธรรม สู่ความยั่งยืนในระบบยุติธรรม
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)
ส่องหลักนิติธรรมผ่านเลนส์มนุษยธรรม สู่ความยั่งยืนในระบบยุติธรรม
ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนา
ส่องหลักนิติธรรมผ่านเลนส์มนุษยธรรม สู่ความยั่งยืนในระบบยุติธรรม
สิรินยา บิชอพ นางแบบแถวหน้าของเมืองไทยและผู้ก่อตั้งแคมเปญ DontTellMeHowToDress

ส่องหลักนิติธรรมผ่านเลนส์มนุษยธรรม สู่ความยั่งยืนในระบบยุติธรรม

โพสต์โดย prmans เมื่อ 15 ธ.ค. 62 01:11:24


เชื่อหรือไม่ว่าผู้ชายไทยติดอันดับ 7 ของโลกที่ทำร้ายคนในครอบครัว เด็กไทยถูกทำร้ายหรือลวนลามทาง เพศ หรือถูกทอดทิ้งถึงวันละ 52 คน 91% ของผู้หญิงที่เป็นเหยื่อจากความรุนแรงในครอบครัวเกิดจากการ คุกคามจากคนในครอบครัว ขณะเดียวกันประเทศไทยมีผู้ต้องขังสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก อันดับ 3 ของเอเชียและอันดับ 1 ของอาเซียน โดยปัจจุบัน มีจำนวนผู้ต้องขังถึง 3.9 แสนคน ในขณะที่กรมราชทัณฑ์ สามารถรองรับได้เพียง 2 แสนคน ซ้ำร้าย อัตราการกระทำผิดซ้ำสูงขึ้นถึง 30% คดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีจำนวน 1 แสนเรื่อง และไม่ได้มีแนวโน้มลดลงเลย

ขณะเดียวกัน กระบวนการยุติธรรมของไทยถูกทำให้เป็นอุตสาหกรรม เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับญี่ปุ่น ที่มีจำนวนการส่งฟ้องคดีปีละ 50,000 คดี ในขณะที่ไทยมีสูงกว่า 4 เท่าตัวหรือปีละ 2 ล้านคดี ซึ่งจากตัวเลข ดังกล่าวสะท้อนได้ว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยกำลังมีปัญหาการใช้ตัวบทกฎหมายในการแก้ไขปัญหาทางสังคมอาจไม่ตรงจุดอีกต่อไป ทำให้หน่วยงานด้านยุติธรรมต้อง

กลับมาพิจารณาถึงประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมารวมถึงการตีความหลักนิติธรรม (Rules of Law) ใหม่ด้วยหลากหลายมุมมองจากหลากหลายฝ่ายของสังคม และนี่จึงเป็นที่มาของโครงการอบรม หลักสูตรด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนาสำหรับผู้บริหาร (TIJ Executive Program on the Rule of Law and Development: RoLD) ของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยหรือ TIJในฐานะโครงการอบรมที่ กระตุ้นให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ / ผู้อบรมร่วมกันแก้ไขปัญหาสังคม โดยเป็นโครงการที่ทำต่อเนื่องกันมา 3 ปี ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารรุ่นใหม่ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และล่าสุดได้มีการจัดงาน Public Forum ครั้งที่ 8 ภายใต้ธีม “สานพลังมนุษยธรรม สร้างสรรค์ความยุติธรรม” โดยมีจุดเน้นในการนำเสนอประสบการณ์ความยุติธรรมผ่านมุมมองของ ประชาชนการสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาด้านมนุษยธรรมที่จะมีส่วนช่วยให้กระบวนการยุติธรรมอำนวยความเป็นธรรมให้กับประชาชนและที่สำคัญการทำให้เรื่องความยุติธรรมเป็นเรื่องของทุกคนในสังคมจะสามารถสร้างแนวคิดใหม่ ๆ ที่ผสมผสานหลักการด้านประสิทธิภาพ มุมมองการบริหารเชิงธุรกิจเพื่อความยั่งยืน รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีในโลกดิจิทัลมาประยุกต์ให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมในทุกระดับและนำเสนอ แนวทางแก้ไขปัญหาเชิงระบบในระยะยาวอันจะส่งผลให้เป็น “ความหวัง” ต่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ในสังคมไทย

มองนิติธรรมผ่านหลักมนุษยธรรม

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ประชาชนมีความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการประสิทธิภาพการตรวจสอบการใช้อำนาจในกระบวนการยุติธรรมของภาครัฐไม่ดีเท่าที่ควร TIJ ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมหลักนิติธรรมและยกระดับภาพลักษณ์กระบวนการ ยุติธรรมไทยในระดับสากล มองว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรมอาจแก้ไขได้ด้วยการ ใช้หลักสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐาน โดยการนำคุณค่าความเป็นมนุษย์มาเป็นหัวใจหลักในระบบยุติธรรม ซึ่งสอดคล้องกับหลักความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ หรือ Restorative Justice ซึ่งให้ความสำคัญกับการ บรรเทาผลเสียที่เกิดขึ้นจากการกระทำความผิดของทุกฝ่าย

การสร้างความสำนึกผิดและความรับผิดชอบของผู้กระทำผิด หนึ่งในตัวอย่างของการใช้ “หลักมนุษยธรรม” เป็นตัวตั้งของระบบยุติธรรม ซึ่งทำให้หลักนิติธรรมแข็งแกร่งขึ้นนั้น โครงการ “กำลังใจ” ในพระดำริ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ พัชรกิติยาภา โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือและเป็น กำลังใจกับผู้ที่ก้าวพลาดทำให้ชีวิตต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนให้โอกาสแก่ผู้ขาด โอกาสในการกลับมาดำรงชีวิตเป็นคนดีของสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งจากหลักคิดดังกล่าว พบว่า สถิติการ กระทำความผิดซ้ำลดลง สามารถเริ่มชีวิตใหม่ได้จริง “หลักนิติธรรมเป็นเรื่องสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่ของนักกฎหมาย ต้องนำคนจากหลากหลายภาคส่วนมามองเรื่องนิติธรรม ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการยุติธรรมที่มนุษย์เลือกได้” ผู้อำนวยการ TIJ กล่าว

ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนา เผยว่า จากประสบการณ์ ที่ดูแลบ้านกาญจนามา เธอพบว่า กระบวนการยุติธรรมกระแสหลักหรือการใช้กฎหมายนำควรได้รับการ ทบทวน เพราะหากคิดแบบกระแสหลักจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาของสังคมได้จริง เพราะในความเป็นจริง ยังมีปัจจัยร่วมอื่น ๆ เช่น การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ก่อให้เกิดการผลิตซ้ำทางความคิด การตราหน้า ซ้ำเติมทั้งผู้เสียหายและผู้กระทำ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาสังคมจึงต้องมองแบบองค์รวม ใช้ความเป็นมนุษย์ และศาสตร์อื่นๆ เข้ามาร่วมมองรากของปัญหา พร้อมกันนี้ ควรยึดแนวคิดสันติวิธีในการจัดการกับความ ขัดแย้ง ซึ่งจะทำให้สามารถปัญหาได้อย่างง่ายดายมากขึ้นและยั่งยืน แม้อาจจะใช้เวลาบ้างก็ตาม เธอเชื่อ อย่างยิ่งว่า การใช้ Soft Power ในการจัดการและแก้ไขปัญหาในกลุ่มคนเปราะบางจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในการแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างแท้จริง  

ระบบยุติธรรมจากสายตาประชาชน

กิตติ สิงหาปัด สื่อมวลชนที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน เล่าให้ฟังว่า ปัญหาความยุติธรรมจัดว่า เป็นความทุกข์ของประชาชนมากที่สุดเรื่องหนึ่ง สะท้อนได้จากรายงานข่าว การรับเรื่องราวร้องทุกข์ ไม่ว่าเป็นการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียม ช่องว่างระหว่างรัฐกับ ประชาชน คนจนกับคนรวย สิ่งเหล่านี้ทำให้ความศรัทธาหรือความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของ ประชาชนลดลงแม้ปัจจุบันจะมีความพยายามจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมผ่านศูนย์ดำรงธรรม แต่ในภาคปฏิบัติยังคงมีการแทรงแซงกระบวนการยุติธรรม พบความไม่เป็นธรรมในระบบร้องเรียน ซึ่งปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นสะท้อนสภาวะการณ์ที่สังคมขาด หลักนิติธรรมอย่างแท้จริง

ขณะที่ สิรินยา บิชอพ หรือซินดี้ นางแบบแถวหน้าของเมืองไทยและผู้ก่อตั้งแคมเปญ DontTellMeHowToDress กล่าวเสริมอีกว่า ในกรณีของความรุนแรงในครอบครัวที่ประเทศไทยรั้งอันดับ สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกนั้น  ปัญหาประการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมคือ เด็กและสตรี มักเป็นเหยื่อของความรุนแรงนั้นต่างก็เผชิญกับความยากลำบากในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม จากค่านิยมชายเป็นใหญ่ของสังคม ผู้กระทำผิดมักรอดพ้นจากการดำเนินคดี ซ้ำร้ายยังเกิดการผลิตซ้ำ ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นเพศตรงข้าม จากปัญหาด้านยุติธรรมที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนรู้สึกกังวล กลัวและท้อ พร้อมกับตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย เกิดอะไรขึ้น กับหน่วยงานในการดูแลประชาชน ซึ่งปรากฏการณ์ทั้งสังคมที่เกิดขึ้น จึงเรียกได้ว่าเป็น wake-up call ให้สังคมหันมามองปัญหาทั้งระบบ เช่น การสร้างวัฒนธรรมเคารพกติกา การสร้างค่านิยมในยิม ขณะที่กระบวนการยุติธรรมทั้งองคาพยพ ต้องหันมามองกระบวนการทั้งหมดอย่างมีมนุษยธรรม

ชูความร่วมมือ-นวัตกรรมเสริมแกร่งยุติธรรม

จากกระบวนการยุติธรรมที่บกพร่องที่ผ่านมา ทำให้มีคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนทางสังคมจะต้องก้าวไปด้วยกัน ซึ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมหลักสูตร RoLD 3 ที่ประกอบ ด้วยผู้นำองค์กรจากหลากหลายสถาบันทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันระดมความเห็น และหาทางออกผ่าน โครงการทั้ง 3 กลุ่ม เพื่อแก้ไขและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางใน 3 ประเด็น กลุ่มเปราะบางจากความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งจากข้อมูลของศูนย์พึ่งพิงได้ (OSCC) กระทรวงสาธารณสุข บ่งชี้ว่า ครอบครัวไทยอยู่ในภาวะวิกฤต ความรุนแรงในครอบครัวมีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑลพบว่า มารดาที่ตั้งครรภ์มีการใช้สารเสพติดถึง 4,000 ท้องและเด็กแรกคลอด 100-200 ท้องพบสารแอมเฟตามีนในเด็ก ซึ่งความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นพบว่า สังคมไทยยังมีปัญหาเรื่อง “ทัศนคติความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องของครอบครัว” ขณะที่ความเป็นจริงแล้ว ความรุนแรงใน ครอบครัวเป็นหน้าที่ของทุกคน นอกจากนี้ ผู้ถูกกระทำเองก็ไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม แต่ก็ต้องการ อยู่ในที่ที่ปลอดภัย

ขณะที่เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญบำบัดผู้กระทำความรุนแรงยังไม่ครอบคลุมและไม่สามารถรองรับการปรับพฤติ กรรมได้ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาของหน่วยทางสังคมที่เล็กที่สุดหรือ “ครอบครัว” อย่างมีประสิทธิภาพ และนี่จึงเป็นแนวคิดของ “โครงการครอบครัว...ที่พักพิงอันปลอดภัย” โดยเสนอให้ผู้กำหนดนโยบายและ ผู้ปฏิบัติงานในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรต้องยึดถือหลักนิติธรรมและการเคารพหลักสิทธิมนุษยชนในการ ปฏิบัติภารกิจของตนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการมุ่งเน้นพัฒนากระบวนการต้นแบบการเข้าถึงกลไกการคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้ถูก กระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวที่ผู้ปฏิบัติงานในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องมี ความรู้ความเข้าใจถึงกลไกการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมาย กลุ่มเปราะบางจากความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งปัญหาดังกล่าว มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงในหลากหลายมิติส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนรวมทั้ง เป็นต้นเหตุ ของปัญหาสังคมในหลายประการ จากกระบวนการออกแบบทางความคิด ทางกลุ่มพบว่าสาเหตุ หลักที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ คือ โอกาสในการเข้าถึงศึกษา การเงิน และข้อมูลที่เท่าเทียม ขณะที่การเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามาทดแทนแรงงานในหลากหลายอุตสาหกรรมความรู้แบบดั้งเดิมอาจไม่สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดแรงงานในปัจจุบัน ดังนั้น การเพิ่มโอกาสในการพัฒนาทักษะและ เข้าถึงอาชีพหรือทางเลือกในการสร้างรายได้  อันเป็นที่มาของ “โครงการลดความเลื่อมล้ำด้วยการสร้าง โอกาส”  ผ่านการจ้างงานดิจิทัล (Digital employability) ซึ่งมีแนวคิดในการประยุกต์ใช้ marketplace platform เพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกในการสร้างรายได้แก่ผู้มีรายได้น้อยและขาดโอกาสโดยจะช่วยพัฒนา ทักษะทางด้านดิจิทัลเพื่อให้มีงานทำโดยไม่ต้องย้ายถิ่นฐาน

กลุ่มเปราะบางจากการทุจริต โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน

สะท้อนได้จากการรายงานข่าวปัญหาทุจริตในโรงเรียนของประเทศมีจำนวนบ่อยครั้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โครงการอาหารกลางวัน โครงการซื้อหนังสือ หรือ โครงการนมโรงเรียน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเยาวชนของชาติ ในอนาคต แม้ปัจจุบันภาครัฐได้ยึดหลักธรรมาภิบาล กำหนดให้บุคคลต้องแสดงความโปร่งใสในการทำงาน ผ่านการแจ้งทรัพย์สินต่อสาธารณะก็ตาม แต่ที่ผ่านมามิติความโปร่งใสเพียงด้านเดียวไม่สามารถสร้าง ธรรมาภิบาลได้จริง ยังขาดมิติ “การมีส่วนร่วม” และนี่จึงเป็นที่มาของ “โครงการก่อร่างศึกษาภิบาล หนุนสร้างการมีส่วนร่วม” ใช้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างโซเชียลมีเดียในการสร้างการมีส่วนร่วม และวัฒนธรรมด้านธรรมาภิบาล ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กนักเรียนและผู้ปกครองในการรับผิดชอบ ต่อสังคม การสร้างสัมพันธ์อันดีต่อชุมชน และการสร้างผู้นำในอนาคตของเด็กและเยาวชน พร้อมส่งเสริม วัฒนธรรมการตรวจสอบ และสะท้อนกลับการดำเนินการของโรงเรียนอย่างสร้างสรรค์จากชุดความเห็น อันหลากหลายภายในงานสัมมนา Public Forum ครั้งที่ 8 ภายใต้ธีม “สานพลังมนุษยธรรมสร้างสรรค์ความยุติธรรม” ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงปัญหาและช่องว่างที่เกิดขึ้นจาก กระบวนการยุติธรรมของไทยที่ใช้หลักแฎหมายนำทำให้การแก้ไขปัญหาไม่เกิดขึ้นจริง ดังนั้น จึงควรมีการ มองปัญหาอย่างองค์รวมจากหลากหลายศาสตร์ ใช้หลักนิติธรรมและปรัชญาด้านมนุษยธรรมควบคู่กัน พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาทั้งองคาพยพ




คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
รูปน่าสนใจอื่นๆ