กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

ก.เกษตรฯ แถลงความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนเรือตามประกาศกรมประมง ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 11 ธ.ค. 62 รวมเป็นยอด ณ ขณะนี้ 10,631 ราย

โพสต์เมื่อ 11 ธ.ค. 62 20:39:35 | 648


ก.เกษตรฯ แถลงความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนเรือตามประกาศกรมประมง ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 11 ธ.ค. 62 รวมเป็นยอด ณ ขณะนี้ 10,631 ราย

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย antasin เมื่อ 11 ธ.ค. 62 20:39:35

ก.เกษตรฯ แถลงความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนเรือตามประกาศกรมประมง ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 11 ธ.ค. 62 รวมเป็นยอด ณ ขณะนี้ 10,631 ราย
ก.เกษตรฯ แถลงความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนเรือตามประกาศกรมประมง ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 11 ธ.ค. 62 รวมเป็นยอด ณ ขณะนี้ 10,631 ราย

ก.เกษตรฯ แถลงความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนเรือตามประกาศกรมประมง ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 11 ธ.ค. 62 รวมเป็นยอด ณ ขณะนี้ 10,631 ราย

โพสต์โดย antasin เมื่อ 11 ธ.ค. 62 20:39:35


นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มุ่งมั่นในการบริหารจัดการกองเรือประมงไทย ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการยกระดับการทำการประมงอย่างรับผิดชอบและถูกกฎหมาย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่องจนนำประเทศไทยไปสู่ใบเขียว จากสหภาพยุโรป เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 ที่ผ่านมานั้น ในช่วงแรกของการจัดการปฏิรูปกองเรือประมงไทย รัฐบาลได้มุ่งเน้นไปที่กองเรือประมงพาณิชย์หรือเรือประมงขนาดใหญ่ มาสู่รอบนี้ซึ่งเป็นการบริหารจัดการกองเรือขนาดเล็ก ซึ่งเป็นชาวประมงส่วนใหญ่ของประเทศ และหารายได้เลี้ยงชีพจากการทำการประมงอย่างแท้จริง ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลรับรู้ปัญหาของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านตลอดมาเกี่ยวกับการเรียกร้องให้มีการเปิดให้จดทะเบียนเรือพื้นบ้าน ซึ่งมีอยู่มากกว่า 20,000 ลำ ในท้องที่จังหวัดชายทะเล รัฐบาลจึงประกาศให้มีการจดทะเบียนเรือพื้นบ้าน ทั้งที่มีทะเบียนเรือไทย และไม่มีทะเบียนเรือไทย ที่มีขนาดไม่ถึง 10 ตันกรอส นำเรือมาให้กรมเจ้าท่าตรวจสอบและทำเครื่องหมายที่แสดงอัตลักษณ์เรือ โดยยื่นคำขอ ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา ในพื้นที่จังหวัดชายทะเล ทั้ง 22 จังหวัด ภายในวันที่ 16 ธันวาคม 2562

ด้าน นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีเรือที่มีทะเบียนเรืออยู่แล้ว เมื่อกรมเจ้าท่าตรวจวัดขนาดเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะทำการแก้ไขรายการในใบทะเบียนเรือและใบอนุญาตใช้เรือ หากมีขนาดสิบตันกรอสขึ้นไป ให้ทำการประมงพื้นบ้านได้จนกว่ากรมประมงจะเปิดให้มีการยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ รอบปีการประมง 2563 และในกรณีเรือที่ยังไม่มีทะเบียนเรือไทย เจ้าของเรือต้องมีหนังสือรับรองจากกรมประมง เพื่อประกอบการขอจดทะเบียนเรือไทยกับกรมเจ้าท่าภายหลังการตรวจวัดขนาด และจัดทำอัตลักษณ์เรือ

สำหรับการขอหนังสือรับรองจากกรมประมง มีหลักเกณฑ์และขั้นตอน ดังนี้
- ช่วงเวลาในการยื่นคำขอ ตั้งแต่วันที่ 2 – 27 ธันวาคม 2562
- สถานที่ยื่นคำขอ
**** ในกรุงเทพมหานคร ยื่น ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง
**** ในจังหวัดอื่น ยื่นได้ ณ สำนักงานประมงจังหวัด หรือสำนักงานประมงอำเภอท้องที่ติดทะเล ทั้ง 22 จังหวัด 100 อำเภอ

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นคำขอ
1. แสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง
2. หนังสือมอบอำนาจ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจ (กรณีที่มีการมอบอำนาจ)
3. หนังสือยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้ปกครอง (กรณีที่ผู้ขอยังไม่บรรลุนิติภาวะ)
4. ภาพถ่ายเรือประมงเต็มลำ ทั้งทางด้านซ้าย1รูปและด้านขวา1 รูป

หลักเกณฑ์ในการออกหนังสือรับรองเรือพื้นบ้าน ของกรมประมง
1. คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับหนังสือรับรองฯ
--- 1) เป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย และมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี
--- 2) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 39 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
2. คุณสมบัติของเรือที่จะได้รับหนังสือรับรอง
--- 1) เรือประมงจะต้องมีขนาดไม่ถึง 10 ตันกรอส
--- 2) เป็นเรือที่ใช้ทำการประมง หรือทำการประมงและบรรทุกคนโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
--- 3) เป็นเรือที่ไม่เคยถูกใช้ในการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประมง
--- 4) เป็นเรือที่ต้องไม่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการประมง
3. หลักเกณฑ์ด้านการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำ
--- 1) มีความสอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน
--- 2) กรมประมงจะพิจารณาออกหนังสือรับรองให้จดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้าน จำนวน 1 คน ต่อ 1 ลำ

**** กรณีเรือที่ยังไม่มีทะเบียนเรือไทย และมีขนาดภายหลังการตรวจวัดขนาดและจัดทำอัตลักษณ์ของกรมเจ้าท่าแล้ว มีขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสขึ้นไป ซึ่งจัดเป็นเรือประมงพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการประมง เมื่อกรมประมงจะพิจารณาในการออกหนังสือรับรองอีกครั้งภายหลังได้รับข้อมูลการตรวจวัดขนาดเรือทั้งหมดจากกรมเจ้าท่า

**** และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของรัฐบาลในการเปิดให้จดทะเบียนเรือประมงแก่ชาวประมงพื้นบ้าน ในครั้งนี้กรมประมง ได้สั่งการให้ประมงจังหวัดบูรณาการในการทำงานกับหน่วยงานสังกัดกรมประมงในพื้นที่ อำนวยความสะดวกแก่ชาวประมงทั้งในพื้นที่ชายฝั่งทะเล เกาะแก่งต่าง ๆ ในทุกช่องทาง เพื่อให้เรือทุกลำได้รับการจดทะเบียนเบียนเรือเป็น 100 % ในทุกจังหวัด

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ของตนเอง ขอเน้นย้ำว่าให้พี่น้องชาวประมงที่เป็นเจ้าของเรือประมง พื้นบ้านทุกลำ ทั้งที่มีทะเบียนเรือและยังไม่มีทะเบียนเรือ ต้องไปแจ้งขอตรวจวัดขนาดและจัดทำอัตลักษณ์เรือต่อหน่วยงานกรมเจ้าท่าในท้องที่จังหวัดชายทะเล ภายในวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ส่วนเรือที่ยังไม่มีทะเบียนเรือ ให้เจ้าของเรือหรือผู้รับมอบอำนาจ ยื่นขอหนังสือรับรองจากกรมประมง ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมประมง สำนักงานประมงอำเภอ หรือสำนักงานประมงจังหวัดท้องที่ติดทะเล ทุกจังหวัด ภายในวันที่ 27 ธันวาคม 2562 หากมีข้อสอบถามให้ติดต่อได้ที่กลุ่มทะเบียนและอนุญาตทาการประมง กองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ กรมประมง เบอร์โทรศัพท์ 02-561 1418 ในวันและเวลาราชการ




คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
รูปน่าสนใจอื่นๆ