กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

เปิดตัวตน "เนย ปภาดา" เด็กบ้านนอกสู่นางเอกนักบู๊ เผยจุดดิ่งของความรักที่แย่ที่สุดในชีวิต

โพสต์เมื่อ 7 ธ.ค. 62 01:47:23 | 143


เปิดตัวตน "เนย ปภาดา" เด็กบ้านนอกสู่นางเอกนักบู๊ เผยจุดดิ่งของความรักที่แย่ที่สุดในชีวิต

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย ppkk16046 เมื่อ 7 ธ.ค. 62 01:47:23 จาก URL นี้ : https://www.vegus666.com/

เปิดตัวตน
เปิดตัวตน "เนย ปภาดา" เด็กบ้านนอกสู่นางเอกนักบู๊ เผยจุดดิ่งของความรักที่แย่ที่สุดในชีวิต

เปิดตัวตน "เนย ปภาดา" เด็กบ้านนอกสู่นางเอกนักบู๊ เผยจุดดิ่งของความรักที่แย่ที่สุดในชีวิต

โพสต์โดย ppkk16046 เมื่อ 7 ธ.ค. 62 01:47:23


ขึ้นแท่นนางเอกนักบู๊เต็มตัว สำหรับนางเอกสาว เนย-ปภาดา กลิ่นสุมาลย์ ที่เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงจากการคว้าตำแหน่งไทยซูปเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2015 และแจ้งเกิดจากละครบู๊ดุเดือด "นักรบตาปีศาจ" จนทำให้เจ้าตัวเป็นที่คุ้นตาในบทสาวมาดเท่ เตะต่อยเก่ง และล่าสุดเธอกลับมาบู๊เต็มตัวอีกครั้งในละครสุดเข้มข้นบู๊สนั่นป่า "ตะกรุดโทน" ทางช่อง 7 สี ที่ตอนนี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของเรื่อง โดยสาวเนยก็ได้รับคำชมไปมากมายจากความสามารถที่หลากหลาย ทั้งหมัดมวย ควบม้า ยิงปืน แบบที่เรียกว่าเอาใจสายบู๊ไปเต็มๆ แบบนี้พลาดไม่ได้ sanook.com ขอคว้าตัวสาวนักบู๊คนนี้มาล้วงลึกชีวิตว่าผ่านความบู๊ดุเดือดอะไรมาบ้าง

กลับมาบู๊เต็มตัวอีกครั้งเป็นยังไงบ้าง

"ตะกรุดโทน เป็นการกลับมาบู๊แบบหนักหน่วงและเต็มตัวในรอบ 2-3 ปี ก็ถือว่าเว้นระยะไปนานเหมือนกันนะคะ แต่คนก็ยังคิดถึงภาพที่เนยเล่นบู๊อยู่เพราะดูจากการที่เนยโพสต์ภาพในอินสตาแกรมก็จะมีแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์บอกว่าอยากเห็นเนยเล่นบู๊ เรื่องนี้ก็เลยสมใจแฟนๆ ค่ะ บู๊เต็มตัวอีกครั้ง"



"ความบู๊ในเรื่องนี้ถ้าเทียบกับที่ผ่านมาก็บอกเลยว่าบู๊หนักกว่าเยอะมาก ที่ผ่านมาจะแค่ยิงปืนเตะต่อยนิดหน่อย แต่เรื่องนี้ด้วยคาแร็กเตอร์เราต้องเก่งทุกอย่างทั้ง ปืน มีด หมัดมวย ที่สำคัญต้องขี่ม้าด้วย ตัวละครตัวนี้เขาใช้ม้าเป็นชีวิตประจำวัน เราก็ต้องไปเรียนขี่ม้าก่อน ความยากกว่าการแค่ขี่ม้าคือ เนยต้องบู๊บนหลังม้าด้วย มือนึงบังคับม้าอีกมือนึงถือปืน ยากมากค่ะ (หัวเราะ)"

เจ็บตัวบ้างหรือเปล่า

"มีจนเป็นเรื่องธรรมดาเลยค่ะ ชินเลย ถ่ายเสร็จกลับมาบ้านเป็นรอยเต็มเลย เขียว ช้ำจนเลิกถามว่าไปโดนอะไรมา ตอนไหน แต่ยังไม่เคยมีอุบัติเหตุอะไรใหญ่ๆ ค่ะ จะมีแค่เกือบเป็นลมเพราะว่าโลเคชั่นเราหลักๆ คือ ป่า อากาศตอนที่ถ่ายคือ 40 องศาขึ้นไป แล้วเนยต้องใส่ชุดที่เหมือนชุดปฏิบัติการ ใส่เกราะหุ้มหมดเลยทั้งตัวเห็นแค่ตา ตอนนั้นจำได้ว่าใส่เสื้อผ้า 3 ชั้น แล้วต้องบู๊ในชุดนั้นก็แทบเป็นลมเลยค่ะ"

เล่นบู๊เองทุกซีนเลยไหม

"เล่นเองหมดเลยค่ะ ถามว่ากลัวเจ็บไหม ก็ด้วยความที่เราเล่นกับพี่ทีมสตั้นมืออาชีพ พี่เขาน่าจะต้องกลัวเนยมากกว่า (หัวเราะ) เพราะอย่างเวลาเขาบู๊ใส่เราพี่เขาจะมีเทคนิคไม่ให้เราเจ็บ ไม่ให้โดนเราจริงๆ แต่เราเองนี่สิเรากลัวจะทำพี่เขาเจ็บมากกว่า เพราะเขาต้องคอยตั้งรับเราอย่างเดียว พี่ต้องเขาซฟตัวเองจากเนยมากกว่า (หัวเราะ)"



เล่นบู๊จนขึ้นแท่น "นางเอกนักบู๊" แต่ก็มีหลายคนอยากเห็นเนยในคาแร็กเตอร์อื่นๆ บ้าง

"จริงๆ เนยยินดีรับทุกบทนะคะ เพราะเนยยังรู้สึกว่าทุกบทบาทมันท้าทาย แต่ด้วยความที่เนยเปิดตัวมาเรื่องแรกด้วยการบู๊ เลยกลายเป็นภาพจำแรกและบังเอิญว่าต่อๆ มาก็มีบู๊มาเรื่อยๆ อย่างเรื่องใหม่ที่เนยถ่ายก็เป็นบู๊อีกเหมือนกัน จริงๆ สำหรับเนย เนยอยากลองหลายๆ บทบาท เพราะตอนนี้เล่นบู๊แล้ว เล่นบทหวานแล้ว เหลือบทร้ายๆ แซ่บๆ เนยเคยคุยกับผู้ใหญ่ว่าอยากลองบทแรงๆ บ้างค่ะ"

ความจริงแล้วเนยเป็นสาวหวาน หรือ สาวสายบู๊เหมือนละคร

"เนยไม่หวานเลยค่ะ จะออกบอยๆ โก๊ะกังมากกว่า เนยเป็นคนตลก ทุกคนในกองถ่ายต้องมีคลิปที่เนยทำอะไรตลกๆ ไว้ ยิ่งเรื่องการแต่งตัวนี่ยิ่งหาความหวานน้อยมาก ถ้าวันไหนแต่งหวานวันนั้นคือไปออกงาน (หัวเราะ)"

อยู่วงการมาสักพักแล้ว มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างไหม

"ก็เป็นตัวเองได้มากขึ้นค่ะ วางตัวสบายมากขึ้น เพราะอย่างเมื่อก่อนตอนมาใหม่ๆ เรายังไม่รู้ว่าต้องวางตัวยังไงบ้าง ช่วงแรกเรายังจับต้นชนปลายไม่ถูกเราก็ดูว่าคนอื่นๆ เขาทำยังไงกัน แล้วทำตามแต่ก็เกิดปัญหาที่ว่าเรารู้สึกว่าเราไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่พอหลังๆ เราเริ่มโตขึ้น ได้รับคำปรึกษาจากหลายๆ คน เราก็ได้รู้ว่าจริงๆ มันไม่เสียหายที่เราจะเป็นตัวของตัวเอง เพราะช่วงแรกยอมรับว่าเนยกังวลไปหมดจริงๆ เป็นความกังวลใจ เพราะเนยเป็นเด็กต่างจังหวัดเข้ามา ไม่เคยรู้ว่าในกรุงเทพเป็นยังไง ก็เลยกังวลว่าถ้าเราเข้าวงการมาแล้วจะเป็นยังไง จะต้องทำตัวยังไง จะเจอกับอะไรบ้าง เพราะ พูดตรงๆ เรามันเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง (หัวเราะ) ก็จะเด๋อๆ หน่อย ไม่รู้ว่าทำอะไรลงไปแล้วจะส่งผลดีหรือไม่ดีตามมายังไงบ้าง แต่พอเข้ามาแล้วโชคดีที่เนยเจอสังคมที่อบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นทีมงานทางช่อง เพื่อนร่วมงานต่างๆ เราสนิทกันไวมาก และทำให้เรารู้สึกว่าวงการไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น ยังมีมิตรภาพที่ดีอยู่ค่ะ"



"ตอนแรกเนยไม่ได้คิดว่าตัวเองอยากจะมาเป็นดาราแต่เนยชอบเรื่องของการเดินแบบ แล้วช่วงนั้นตอน ม.ปลาย มีการสอนเดินแบบของพี่ โย ยศวดี เลยลองขอแม่ไปเรียน พอเรียนแล้วแรากฏว่าชอบ และเริ่มต้นด้วยการเดินสายเดินแบบกับพี่โยมาก่อน เดินมาเรื่อยๆ จนตัดสินใจประกวดไทยซูปเปอร์โมเดลฯ แล้วหลังจากนั้นก็มีโอกาสได้แสดงละคร และรู้สึกชอบงานด้านนี้เหมือนกันก็เลยตัดสินใจเรียนด้านนี้และจริงจังตั้งแต่นั้นมาเลยค่ะ"

เจอเรื่องบั่นทอนจิตใจบ้างหรือยัง

"มีบ้างค่ะ เราอยู่ในที่สว่างเป็นคนของสาธารณะ ก็จะมีคนที่รู้ทั้งเรื่องจริง และไม่จริง อาจจะมีเรื่องที่คนเข้าใจผิดบ้างแต่เนยมองว่าเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถไปควบคุมได้และเราไม่สามารถอธิบายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า ความจริงคืออะไร เราแค่รู้ว่าเราเองเป็นยังไงและเรียนรู้ที่จะเลือกเสพ อันไหนที่บั่นทอนจิตใจเราก็ไม่ต้องไปให้ความสำคัญ แต่ เราเก็บทุกคำติชมมาพัฒนาตัวเองค่ะ ต่างคนต่างความคิด เขาไม่ผิดที่จะคิดขึ้นอยู่กับเราต่างหากว่าจะรับมือยังไง"

การจบความสัมพันธ์ กับ "บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์" ก็เป็นประเด็นอยู่เหมือนกันว่าจบกันไม่ดีเท่าไหร่

"เนยว่าเรื่องบางเรื่องมันเซนซิทีฟเกินกว่าที่จะมานั่งอธิบาย เนยก็รู้สึกว่าไม่เป็นไร ปล่อยให้เขาเข้าใจแบบนั้นไปก็ได้ เพราะตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ว่าคืออะไรค่ะ"

ตอนนี้เรากับ "บิ๊กเอ็ม" ยังคงเจอและพูดคุยบ้างไหม

"เราไม่ได้คุยกันแบบเดิมแล้ว แต่อาจจะมีถามไถ่กันบ้างนานๆ ครั้ง ตั้งแต่เลิกกันเราก็พูดกันน้อยมากจริงๆ ค่ะ อาจจะทักทายในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด ปีใหม่ อะไรประมาณนั้นเราพูดคุยกันได้เพราะอย่างที่บอกเราไม่ได้จบกันไม่ดี เรายังเป็นเพื่อน พี่ น้อง กันได้ เจอตามงานก็นั่งคุยกันปกติไม่มีอะไรเลย ด้วยตัวเราสองคนเราเข้าใจตรงนั้นว่าเราจบกันเพราะอะไร เราไม่ได้เกลียดกันค่ะ"



แล้วตอนนี้มีคนคุยหรือยัง

"ถามว่ามีคนเข้ามาไหมมันก็มี แต่ยังไม่ถึงขั้นคบหา หรือดูใจมีสถานะแบบนั้นค่ะ"

คนที่เข้ามาเป็นคนในหรือยกวงการ หรือไฮโซ

"มีทั้งในและนอกวงการค่ะ ส่วนไฮโซ ต้องบอกก่อนว่า เนยไม่ค่อยชอบไฮโซ (หัวเราะ) ไม่ใช่เขาไม่ดี หรือว่าคนที่เขาไฮโซไม่ดีนะคะ หมายถึงสเปคของเนยจะไม่ได้ชอบทางนั้น เพราะเรารู้ว่าเรามาจากไหน ด้วยความที่เนยเป็นคนบ้านๆ แบบบ้านมากๆ เป็นคนติดดิน ก็เลยรู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งฉันต้องไปหรูหราหมาเห่าแล้วฉันจะอยู่ยังไง (หัวเราะ) ฉันจะไปจกปลาร้ากินกับเขาได้ไหม เราก็เลยรู้สึกว่า เราชอบคนธรรมดาแต่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกพิเศษ เพราะเหมือนเรามองแล้วว่าถ้าเราไปชอบไฮโซแล้วด้วยสภาวะแวดล้อมชีวิตเราต่างกัน แต่เราเอ็นจอยกับการเป็นเราแบบนี้ เราก็กังวลว่าคนที่คบกับเราเขาจะโอเคไหม มันจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองมากแค่ไหน แต่ไม่ได้กลัวเรื่องที่คนมองว่าเดี๋ยวนี้ดาราเป็นของเล่นไฮโซอะไรแบบนั้นเนยมองเรื่องไลฟ์สไตล์มากกว่า เพราะเราไม่ยอมเป็นของเล่นใครอยู่แล้ว (หัวเราะ)"

คิดว่าอะไรที่จะทำให้คนที่เข้ามารับเราไม่ได้

"อาจจะเป็นตอนที่ทำงานเนยจะไม่สนใจอะไรเลย จะไม่จับโทรศัพท์ เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาต้องเข้าใจเรื่องงานของเรามากๆ เพราะถ้าให้เราเลือกเนยก็จะเลือกงาน เพราะเนยให้ความสำคัญกับงานรองจากครอบครัวเลยค่ะ อย่างที่ผ่านมาก็มีบ้างที่ไม่เข้าใจเรื่องนี้ แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ"

ชอบคนหล่อไหม

"ไม่ ไม่มอง และไม่ชอบคนหล่อ ลองถามเพื่อนหรือคนสนิทของเนยได้เลยว่าเนยไม่มองคนหล่อเลย คนหล่อเดินผ่านนี่ไม่เหลียวนะจ๊ะ ไม่รู้สึกกรี๊ดใดๆ อาจจะเพราะว่าเนยเคยเจอคนหล่อที่อีโก้สูงซึ่งเราไม่โอเค เนยไม่ชอบคนหล่อแต่ชอบคนธรรมดาที่ดูดี มีเสน่ห์อะไรบางอย่าง บางทีคนที่เราชอบเขาจะธรรมดาในสายตาคนอื่น แต่เขามีบางอย่างที่เรามองว่ามันพิเศษบางอย่าง (หัวเราะ)"

เคยมีประสบการณ์ความรักที่แย่ๆ บ้างหรือเปล่า

"มีๆ มันแย่มาก แย่จนตอนนั้นคิดว่าเราไปทำอะไรมา ถึงต้องมาเจอเรื่องราวที่มันแย่ขนาดนี้ในชีวิต"


เล่าให้ฟังหน่อย

"ก็เป็นปัญหาเรื่อง มือที่สาม คบซ้อน ส่วนใหญ่เนยเจอแต่ผู้ชายเจ้าชู้ ก็ทำให้เข็ดและกลัว จากครั้งนั้นทำให้เวลาเราจะศึกษาใครสักคนเราจะดูเขานานมากเพราะเราเจอประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดีมา ตอนนั้นก็เรียกว่าหนักอยู่แต่ว่าเราก็ทำความเข้าใจและมูฟออน เรารู้อยู่แล้วว่าปลายทางของความสัมพันธ์แบบนี้มันจะจบตรงไหน เพราะฉะนั้นเราทำความเข้าใจและพอมันถึงเวลาจริงๆ เราก็ยอมรับได้ในระดับหนึ่งค่ะ ก็อยากบอกว่าความรักที่ดีควรจะมีแค่ 2 คน ถ้ามากกว่านั้นก็พักก่อนนะคะ"

ตอนนั้นดึงตัวเองออกจากความเศร้างยังไง

"ต้องบอกว่าเนยเป็นคนที่เยียวยาตัวเองเร็วมาก เนยจะร้องไห้หนักมากแบบ ร้องหนักแบบเหมือนฟ้าถล่ม ไม่กินไม่นอนแค่วันเดียว แล้วหลังจากนั้นไม่มีน้ำตาอีกเลย เพราะเนยจะพยายามหาอะไรทำไม่ให้คิดถึงเรื่องนี้ และเราคิดเสมอว่า ชีวิตเราต้องเดินต่อ ถ้าเรามัวจมอยู่กับกองความเศร้า สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เราจะทำงานไม่ได้ ซึ่งมันเดือดร้อนคนรอบข้างค่ะ"

สุดท้ายเนยอยากฝากอะไรถึงแฟนละคร และแฟนคลับของเนยบ้าง

"ขอบคุณที่ติดตามผลงาน และคอยสนับสนุน ยังถามไถ่อยากเห็นเนยรับบทต่างๆ ทุกคำติ ชม ที่เข้ามา เนยจะนำไปพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นค่ะ ก็ฝากติดตามผลงานของเนยไปเรื่อยๆ นะคะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ"


เครดิตจาก : https://www.vegus666.com/



คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
รูปน่าสนใจอื่นๆ