กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!

โพสต์เมื่อ 20 พ.ย. 62 08:50:59 | 344


กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย prmans เมื่อ 20 พ.ย. 62 08:50:59

กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!
กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!
กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!
กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!
กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!
กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!
กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!
กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!
กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!
กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!
กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!
อรชร ว่องพรรณงาม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ สสปน.

กรุงเทพฯ ครองแชมป์มาตรฐานโลก มั่นใจไมซ์โต!

โพสต์โดย prmans เมื่อ 20 พ.ย. 62 08:50:59


ว่าด้วยโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปมากจากยุค Globalization ไปสู่ยุค Millennium ที่มีผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคในธุรกิจไมซ์มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้าง Customer Journey หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า User’s Experiences มากขึ้น ประกอบกับ กลุ่มเป้าหมายใหม่ในอนาคตคือ คนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมการเดินทางอย่างไร้ขอบเขต ชอบอะไรง่ายๆไม่ยุ่งยากไม่มีพิธีรีตอง คำนึงถึงแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมไมซ์เช่นกัน โดยเฉพาะด้านการจัดประชุมในอนาคต โรงแรมอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ ที่ต้องแข่งขันกันด้านราคาและการบังคับขายรวมเป็น Package เหมือนแต่ก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มฝึกอบรมแบบ Corporate Training หรือ การอบรมเพิ่มศักยภาพทั่วไป เทรนของสถานที่จัดงานที่เน้นปัจจัยด้านสถานที่ที่ไปมาสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้วยอุปกรณ์ทันสมัย
มี Sustainability Practices ที่คำนึงด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม อาทิ Green Meeting ไม่เสิร์ฟน้ำจากขวดพลาสติก คือให้ไปกดน้ำดื่มเอง (MICE Insight Report: Sustainability) Line ของว่างและอาหารง่าย ๆ มาจาก Local Product เพื่อลด Carbon Footprint และนำเสนออาหารที่เป็น Local Product จะโดดเด่นมาก การจัดวางที่นั่งและโต๊ะประชุมทีสามารถจัดได้หลากหลายรูปแบบก็สำคัญ ปัจจุบันเราก็มี Meeting Space รูปแบบใหม่ๆหลายที่ เช่น WEWORK , TRUE DIGITAL PARK, AIS DESIGN CENTER, C-ASEAN , HUBBA เป็นต้น แนวโน้มสถานที่การประชุมก็จะเปลี่ยนไปมาก จัดได้ทั้ง INDOOR OUTDOOR UNIQUE VENUE OR UNCONVENTION VENUE ด้วยแนวโน้มของโลกที่ให้ความสนใจมากขึ้นในเรื่อง Environment Economy มากขึ้น ซึ่งในยุโรป อเมริกาถือเป็น lifestyle และการดำเนินชีวิตของทุกคนไปแล้ว แต่ในเอเชียยังช้าเรื่องนี้มากๆโดยเฉพาะในเมืองไทยเพิ่งมาจับกระแสกัน สสปน.หรือ TCEB สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการเป็นผู้นำในด้านนี้ของเอเชียที่กระตุ้นการจัดงานและการประชุมที่ต้องคำนึงถึงการบูรณาการ และผลกระทบระหว่างเศรษฐกิจ ชุมชนและสิ่งแวดล้อม

การประชุมในอนาคตเพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภค ยุค Millenniums และ GEN Z นอกจากการจัดการที่มีความยั่งยืนแล้ว รูปแบบอาหารก็จะเป็นอะไรที่ง่ายขึ้น เน้น healthy food line และอาหาร local การตกแต่งห้องก็ง่ายๆ ไม่ต้องมีผ้าจับจีบคลุม ดอกไม้ที่โพเดียมก็ไม่จำเป็นแล้ว ทุกคนจะพกกระบอกน้ำมาด้วย โรงแรมก็จะมีแท้งค์น้ำให้เติม ไม่มีการเสริฟขวดน้ำพลาสติกบนโต๊ะ การใช้กระดาษน้อยลง การเดินทางนิยมเส้นทางรถไฟฟ้า หรือ จัดในที่รถขนส่งสาธารณะไปมาสะดวก และถ้าใครจะบอกว่าธุรกิจการประชุมจะโดน Disrupt จากเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบก็ตาม อย่างไรเสียการมีปฎิสัมพันธ์ Face 2 Face ก็ยังต้องมี การสร้างความเชื่อมโยงในธุรกิจยังต้องใช้ People to People Business แต่ความถี่อาจน้อยลง และ segment จะ niche ลงมากขึ้น

ธุรกิจไมซ์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย โดยกล่าวถึงการงานประชุม การจัดงานอีเวนท์ และการจัดงานแสดงสินค้า ภาพรวมแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น 8-10% ในปี 2563 โดยในปัจจุบัน มีนักธุรกิจและภาครัฐเข้าร่วมงานไมซ์ทั้งระดับนานาชาติและระดับในประเทศสูงถึง 37 ล้านคน สร้างรายได้สู่เศรษฐกิจไทยถึงปีละ 232,700 ล้านบาท กอปรกับปัจจุบันภาครัฐต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ภูมิภาค ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและกิจกรรมไมซ์ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างแบรนด์สินค้า พัฒนาเศรษฐกิจจากการจัดงานให้มีการกระจายการจัดงานให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ในภูมิภาคทำให้เกิดความต้องการจัดงานต่างๆ จากภาคเอกชน องค์กร สมาคมและภาครัฐ

จากรายงานล่าสุดเมื่อปี 2561 ของสมาคมการประชุมนานาชาติระดับโลก (International Congress and Convention Association - ICCA) และ อุตสาหกรรมไมซ์ไทยขึ้นแท่นอันดับ 4 ของเอเชียด้านการประชุมนานาชาติ ด้วยจำนวน 193 งาน รองจาก ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี และเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน ยกระดับขึ้นจากปี 2560 ซึ่งไทยอยู่ในอันดบั 5 ของเอเชีย โดยมีจำนวนงาน ประชุมนานาชาติ 171 งานและคาดว่าจะยังโตต่อเนื่องทั้งปริมาณและรายได้ ยอดนักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศรวม กว่า 8 ล้านคน ทำรายได้เพิ่ม 6.27% มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ทีเส็บ เจาะตลาด ASEAN+6, CLMV และยุโรป ดันรายได้ 2.2 แสนล้านบาท ในปี 62

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ได้ริเริ่มโครงการ “TMVS” (Thailand MICE Venue Standard) เพื่อยกระดับมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ โดยได้สร้างตราสัญลักษณ์ “TMVS” เพื่อรับรองคุณภาพมาตรฐานซึ่งตราสัญลักษณ์นี้ จะสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ที่ต้องการจัดงานทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ได้มั่นใจในมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย อันประกอบด้วย ด้านกายภาพ ด้านเทคโนโลยี ด้านการให้บริการ และด้านความยั่งยืน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีการริเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 และได้สร้างจุดแข็งและจุดขาย ดึงงานในระดับนานาชาติสู่ประเทศไทย

โดย นางอรชร ว่องพรรณงาม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ สสปน. กล่าวว่า “ว่าด้วยเรื่องมาตรฐาน สสปน. มีพัฒนามาตรฐานเพื่ออุตสาหกรรมไมซ์ 2 ตัวคือ มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทญ (Thailand MICE Venue Standard – TMVS) กว่า 5 ปีของการพัฒนาและการส่งเสริมมาตรฐาน TMVS ต้องยอมรับว่ามาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญมากในทุกธุรกิจ

เราเข้าใจหัวใจของผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการสถานที่จัดงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ศูนย์ประชุม หรือสถานที่ Unconventional Venue ว่าต้องการอะไรในโลกที่มีแรงกดดันและความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจสูงมาก และอีกหนึ่งมาตรฐานคือ มาตรฐานการบริหารการจัดการอย่างยั่งยืน (Thailand Sustainable Event Management Standard – TSEMS) ซึ่ง สสปน.ได้พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริม สร้าง Tool ด้านการจัดงานอย่างยั่งยืน (Sustainability) เข้ามาเพิ่มศักยภาพและสร้างความรู้ความเข้าใจทุกครั้งที่มีการจัดงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการหรือผู้ใช้บริการสถานที่การจัดงานห้องประชุมหรือโรงแรมต่างๆก็ได้ประโยชน์จากมาตรฐานดังกล่าว และเป็นเรื่องที่ดีอีกหนึ่งเรื่องที่ประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร นครหลวงของเราได้คว้าตำแหน่งในระดับนานาชาติ 2 ปีซ้อน จากการได้รับการจัดลำดับเป็นจุดหมายปลายทางด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นที่ 2 ของทวีปเอเชียและลำดับที่ 19 ของโลกจากการจัดลำดับจากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกในการจัดอันดับ Global Destination Sustainability Index หรือ GDS-Index 2019 ผ่านการให้คะแนนตามตัวชี้วัดทั้งสิ้น 4 ด้าน ได้แก่ ตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental performance) 14 ข้อ, ตัวชี้วัดด้านสังคม (Social performance) 4 ข้อ, ตัวชี้วัดด้านความสามารถของการให้บริการ (Supplier performance) 8 ข้อ และตัวชี้วัดด้านความสามารถขององค์กรสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมของแต่ละประเทศ (CVB performance) 12 ข้อ The Global Destination Sustainability Index (GDS-Index) เป็นโครงการจัดอันดับเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านการจัดงานที่มีความสามารถโดดเด่นเรื่อง “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มประเทศยุโรปและสแกนดิเนเวีย ที่เป็นสมาชิกและได้รับการสนับสนุนจากสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ หรือ International Congress and Convention Association (ICCA) ซึ่งมีความเข้มแข็งด้านการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการจัดงานอย่างยั่งยืนเป็นอย่างมาก ปัจจุบันบริหารงานโดยพันธมิตรหลัก 4 องค์กร คือ International Congress and Convention Association (ICCA), MCI Group, IMEX และ European Cities Marketing (ECM) ซึ่งล้วนเป็นองค์กรที่เป็นที่รู้จักในแวดวงอุตสาหกรรมการจัดประชุม สัมมนา และงานแสดงสินค้าทั่วโลก




คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
รูปน่าสนใจอื่นๆ