กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

ราชมังฯ, สนามติณฯ พร้อมจัดยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย

โพสต์เมื่อ 18 ก.ย. 62 14:11:21 | 35


ราชมังฯ, สนามติณฯ พร้อมจัดยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย m24m16m5 เมื่อ 18 ก.ย. 62 14:11:21 จาก URL นี้ : https://www.vegus168s.com/register.html

ราชมังฯ, สนามติณฯ พร้อมจัดยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย
ราชมังฯ, สนามติณฯ พร้อมจัดยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย

ราชมังฯ, สนามติณฯ พร้อมจัดยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย

โพสต์โดย m24m16m5 เมื่อ 18 ก.ย. 62 14:11:21


เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมชั้น 1 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดประชุมความคืบหน้าเกี่ยวกับสนามการแข่งขันที่จะใช้ในการแข่งขัน ยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 รอบสุดท้าย ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 8-26 ม.ค.63
โดยมีการเชิญตัวแทนจาก 3 สโมสรในไทยลีกและที 2 ร่วมหารือเรื่องสนามที่จะมาแทนสนามสมโภช 700 ปี ประกอบด้วย ลีโอ สเตเดี้ยม ของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, สนาม จ.บุรีรัมย์, เอสซีจี สเตเดี้ยม ของ เอสซีจี เมืองทองฯ ซึ่งต้องผ่านตามหลักเกณฑ์ของเอเอฟซี ความจุ, ไฟส่องสว่าง 1,800 ลักซ์, ห้องแต่งตัว 4 ห้อง, สนามซ้อม, ที่พักโรงแรม 4-5 ดาว, การเดินทาง

รวมทั้งได้เรียกตัวแทนของสนาม ติณสูลานนท์ จ.สงขลา หลังจากการปรับปรุงคืบหน้าไปมาก อย่าง นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตลอดจนสนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต และ นายวิษณุ ไล่ชะพิษ รองผู้ว่าการ ฝ่ายส่งเสริมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้รับผิดชอบสนามราชมังฯ ว่าพร้อมหรือไม่ที่จะใช้ในการแข่งขัน ยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 รอบสุดท้าย

หลังการหารือราว 1 ชั่วโมงครึ่ง ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ออกมาสรุปแล้วว่า ทั้ง 3 สนาม ไม่ว่าจะเป็น ลีโอ สเตเดี้ยม, สนาม จ.บุรีรัมย์, เอสซีจี สเตเดี้ยม ผ่านการใช้เวทีระดับเอเชียมาแล้ว แต่ว่ารายการ ยู 23 นั้น ถือว่ามีรายละเอียดที่ใหญ่กว่าเวที เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก

ทั้ง ความจุต้องเกิน 10,000 ที่นั่ง, ไฟส่องสว่าง 1,800 ลักซ์, ห้องแต่งตัว 4 ห้อง, สนามซ้อม, ที่พักโรงแรม 4-5 ดาว, การเดินทางต้องไม่เกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งจะมีการสรุปกันอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามก็ต้องขอขอบคุณทั้ง 3 สโมสร ไม่ว่าจะเป็น บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเอสซีจี เมืองทองฯ ที่ยืนยันว่าพร้อมจะช่วยประเทศไทยในครั้งนี้

ด้าน นายวิษณุ ไล่ชะพิษ รองผู้ว่าการ ฝ่ายส่งเสริมการการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าของสนามราชมังฯ ที่จะใช้ในพิธีเปิด-ปิด ว่า "ก่อนอื่นต้องขอโทษที่เราไม่สามารถดำเนินการปรับปรุงสนามสมโภช 700 ปี จ.เชียงใหม่ ได้ทัน"

"แต่ต้องขอขอบคุณทางท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะช่วยในการอำนวยความสะดวกกับการปรับปรุงสนามราชมังคลากีฬาสถาน เรามั่นใจว่ากำหนดการณ์ที่จะส่งสนามวันที่ 15 ธ.ค.นี้ ทันแน่นอน ซึ่งจากนี้เราจะทำสิ่งที่ชำรุดหลายอย่าง อะไรที่ดีอยู่แล้วยังคงไว้ รวมถึงเรื่องสีสนามที่เก่าก็จะทาใหม่ จะทำไฟแบบแอลอีดีรอบสนาม โดยอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา"

ขณะที่ นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มั่นใจสนามติณสูลานนท์ พร้อมจัด ยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 เช่นเดียวกัน "ต้องขอขอบคุณทาง ส.บอล ที่เลือกเราเป็นหนึ่งใน 4 สนาม โดยความคืบหน้าของเรานั้นเป็นไปได้มากทีเดียว"

"เราไม่อาจจะสามารถพูดได้ว่าเราปรับปรุงไปแล้วกี่เปอร์เซนต์ แต่ยังมีส่วนที่ยังต้องทำต่อไป คาดว่าในวันที่ 22 ก.ย.นี้ ที่ เอเอฟซี จะไปตรวจนั้น ถ้ามีส่วนที่ต้องทำให้ดีขึ้นก็จะรีบแก้ทันที เพราะเราวางกรอบไว้ว่าจะต้องส่งมอบสนามให้สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ภายในวันที่ 10 ต.ค.นี้"

สำหรับกำหนดการณ์ของเอเอฟซี ในการเดินทางไปตรวจ 4 สนามของไทย ที่จะใช้จัด ยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 ประกอบด้วย

20 ก.ย.62 สนามสโมสรที่จะมาแทนสนามสมโภช 700 ปี
22 ก.ย.62 สนาม ติณสูลานนท์ จ.สงขลา
23 ก.ย.62 สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต
24 ก.ย.62 สนามราชมังคลากีฬาสถาน


เครดิตจาก : https://www.vegus168s.com/register.html



คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
รูปน่าสนใจอื่นๆ