กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

"ครูรัก” เปิดใจหลังปิดฉากความรัก 8 ปีกับภรรยาเด็กอายุห่าง 24 ปี

โพสต์เมื่อ 24 ส.ค. 62 01:53:57 | 63


"ครูรัก” เปิดใจหลังปิดฉากความรัก 8 ปีกับภรรยาเด็กอายุห่าง 24 ปี

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย m24m16m5 เมื่อ 24 ส.ค. 62 01:53:57 จาก URL นี้ : https://www.vegus666.com/promotion.html

"ครูรัก” เปิดใจหลังปิดฉากความรัก 8 ปีกับภรรยาเด็กอายุห่าง 24 ปี

"ครูรัก” เปิดใจหลังปิดฉากความรัก 8 ปีกับภรรยาเด็กอายุห่าง 24 ปี

โพสต์โดย m24m16m5 เมื่อ 24 ส.ค. 62 01:53:57


ก่อนหน้านี้ทำเอาหลายคนตกใจไม่น้อย เมื่อ ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ นักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวโชว์ใบหย่ากับภรรยาต่างวัย ตู่ ดวงหทัย ที่อายุห่างกันถึง 24 ปี หลังคบหากันมานาน 8 ปี และแต่งงานมีลูกด้วยกัน 1 คน

ล่าสุด ครูรัก มาเปิดใจ ผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ หนิง ปณิตา เป็นพิธีกร

ผอมเลยพี่ ลงไปกี่โลกรัม?

ครูรัก : "11-12 กิโลครับ ตอนนั้นป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ปี 58 ตอนนั้นก็ไปทำงานแล้วเกิดอาการเวียนหัว จะคลื่นไส้ เหงื่อแตก เราก็ไม่รู้คิดว่าจะเป็นลม เพราะเราก็ไม่เคยเป็นลม แล้วพอเป็นปุ๊บก็รู้สึกปวดตั้งแต่ท้ายทอยไปจนถึงกลางหลังเหมือนเราตกหมอน ซึ่งอยู่ดีๆ มันก็เป็นขึ้นมา ก็เลยคิดว่าไม่น่าจะเป็นลมแล้ว พอดีที่ไปทำงานชั้นบนเขามีโรงพยาบาลก็ขึ้นไปวัดความดัน ผลออกมา 280 นั่นคือมันแตกไปแล้วขึ้นรถฉุกเฉินไปโรงพยาบาลไปทำ ทีซีสแกน คุณหมอก็มาบอกว่าเส้นเลือดในสมองแตก มีเลือดออกใต้เยื้อหุ้มสมอง"

มาที่เรื่องหัวใจบ้าง 8 ปีที่พี่แต่งงานมาจบลงแล้วมันเกิดจากอะไร?

ครูรัก : "มันไม่มีสาเหตุหลักๆ เช่นว่ามีการนอกใจ ผมเจ้าชู้ ไปติดพนัน ขี้เหล้า เมายา ติดเพื่อน มันไม่มี มันเหมือนความรักมันค่อยๆ ลดลง"

เรื่องอายุเกี่ยวไหม ห่างกัน 24 ปี?

ครูรัก : "คงเกี่ยวแหละ เหมือนพอเวลาผ่านไปเขาเริ่มโตขึ้น เราก็เริ่มแก่ลง ความรู้สึกที่มันโตขึ้น ความต้องการในการมีครอบครัวมันอาจจะมีจุดเปลี่ยน เราก็ตอบไม่ได้ แต่ว่าขอยอมรับว่าตัวเราไม่สามารถที่จะประคับประครองได้ ก็ด้วยนิสัยของเราด้วย การที่พยายามมีเหตุผลมาก การที่เหมือนขัดแย้งกันแล้วเราพยายามทำให้เขาเข้าใจไปสั่งสอนเขาเยอะ มีเหตุผลตลอดเวลาทุกเรื่องมากมาย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความรักมันลดน้อยลง แล้วพอมันลดน้อยลงเราก็รู้สึกว่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มันกลับกลายมาเป็นความขัดแย้ง ทะเลาะกันมากขึ้น ทะเลาะกันง่ายขึ้น จากเดิมที่เรารักกันมันก็มีความอดทน ความอภัย ความเข้าใจ รวมไปถึงพอมีลูกด้วยมันก็เหมือนว่ามีภาระความรับผิดชอบ เหนื่อยกันมากขึ้น แต่ก็ยอมรับว่าเราเป็นคนที่ผิดเองที่ไม่สามารถจะทำให้เขาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่มีความสุขไปตลอด รอดฝั่งได้"

ทะเลาะกันมาเรื่อยๆ แล้วอะไรคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ตัดสินใจแยก?

ครูรัก : "มันไม่มีเหตุอะไรที่มันเป็นเหตุหลัก พอทะเลาะกันบางคำพูดของเรามันก็ไปทำร้ายจิตใจเขา เขาก็จะรู้สึกว่าเราไม่เข้าใจเขา เราทำร้ายจิตใจเขา คือเราก็พยายามคุยกันเพื่อที่จะหาวิธีแก้ไขด้วยกันตลอด เราก็ไม่อยากให้ลูกมีปัญหา ประมาณ 2 ปีที่เราพยายามลองวิธีโน้น วิธีนี้ เปลี่ยนแปลงตัวเราหรือพยายามทำความเข้าใจ มองข้ามบางประเด็นอะไรอย่างนี้ แต่ก็ประเมินว่าเรื่องหลักๆ ก็คือความรู้สึกที่มันเปลี่ยนไป"

ใครเป็นคนตัดสินใจยุติความสัมพันธ์?

ครูรัก : "ทางเขามันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเราแย่เอง เขาบอกเราว่าไม่อยากทนแล้ว ไม่อยากทะเลาะกันให้ลูกเห็น ก็เลยเกิดความรู้สึกว่าแยกกันอยู่ดีไหม เผื่อว่าในช่วงแรกเรายังคุยกันว่ามันอาจจะดีขึ้นได้ การที่แยกไปต่างคนต่างได้คิดทบทวน อาจจะคิดถึงกัน และอาจจะรู้สึกว่าสุดท้ายกลับมา มันก็ยังอยู่ในวิถีที่เราคาดหวังว่ามันจะดีขึ้น"

แล้วเรื่องลูกตกลงกันยังไงบ้าง?

ครูรัก : "เนื่องจากผมต้องทำงาน แม่ก็จะดูแล เพราะต้องไปรับ ไปส่งที่โรงเรียน ส่วนเราบางทีเรามีงานเช้าเราก็ไปส่งลูกไม่ได้ หรือเราเลิกงานดึกก็ไปรับลูกไม่ได้ก็คิดว่าแม่เขาจะดูแลได้ดีกว่าเราเยอะ"

มีร้องไห้คนเดียวไหม?

ครูรัก : "มีๆ มันรู้สึกเคว้งคว้าง มันรู้สึกเหงา แล้วมันเติมมาด้วยความรู้สึกผิดของเราที่เราไม่สามารถประคับประคองความรักหรือความเป็นครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ได้ แล้วเราต้องอยู่กับสิ่งแวดล้อมเดิมๆ คนเดียว โดยที่เขามีสิ่งแวดล้อมใหมที่ไม่มีเรา"

ตอนนั้นพี่รู้สึกสูญเสียหรือเสียศูนย์มากกว่ากัน?

ครูรัก : "ทั้งสองอย่าง เอาจริงๆ ถ้าไม่มีลูกมันจะไม่แย่แบบนั้น มันแย่เพราะมันมีลูก พอบางทีรับลูกมาลูกร้องไห้ว่าอยากเป็นเหมือนเด็กๆ จังเลย กลับมาอยู่ด้วยกันได้ไหม อันนี้โหดสุด เราก็ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ลูกเห็น อยากให้เขารู้สึกว่าให้เขามั่นคงมากที่สุด อยากให้เขารู้สึกว่ายังมีพ่อที่เขาเพิ่งได้ เราก็พยายามอธิบายให้เขาฟังว่ายังไงพ่อก็รักลูกมากที่สุด แม่ก็รักลูกมากที่สุด หัวใจของพ่อ แม่ ก็คือลูกคนเดียว"

วันแรกที่แยกกันแล้วพี่กลับมาบ้านมาเห็นสิ่งของของลูกและภรรยาก็ไม่อยู่ มีความคิดสักแว๊บไหมที่แบบไม่อยากอยู่แล้ว?

ครูรัก : "วันแรกไม่คิด อยู่ไปเรื่อยๆ มันเริ่มแบบกัดกร่อนต้องที่ว่าเราได้รับการยอมรับว่าเราเก่ง เราช่วยคนโน้น คนนี้ เราสอนคนโน้น คนนี้ได้ แต่ตัวเองเอาไม่รอด แล้วมันเป็นเรื่องเบสิก เรื่องครอบครัว มันเหมือนกับว่าความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด เรารู้สึกว่าเราผิด สิ่งที่รู้สึกมากก็คือเราไม่น่าทำให้ลูกเราต้องเจอภาวะนี้ ไม่อยากให้เขาเป็นเด็กมีปัญหา เป็นเด็กบ้านแตก เราก็เก็บทุกอย่างมา รวมไปถึงช่วงนั้นเรื่องงาน เรื่องอะไร มันก็ล้มเหลวหลายเรื่องมากในจังหวะเดียวกัน มันก็เกิดความรู้สึกว่าเราเป็นคนไม่ได้เรื่อง เราเป็นคนห่วยแตก เราเป็นคนที่ไม่มีความสามารถ ล้มเหลวทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงาน เรื่องความรัก เรื่องครอบครัว แล้วมันก็วนลูปอยู่อย่างนี้ ความสงสารลูก ความอะไรต่างๆ มันก็เลยรู้สึกว่าเราไม่มีค่า"


เครดิตจาก : https://www.vegus666.com/promotion.html



คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
แอพแรกที่คุณเลือก
รูปน่าสนใจอื่นๆ