กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

คุณรู้หรือไม่ว่าการทาหมันในผู้หญิง มีข้อดี – ข้อเสีย อย่างไร

โพสต์เมื่อ 16 ส.ค. 62 21:16:09 | 96


คุณรู้หรือไม่ว่าการทาหมันในผู้หญิง มีข้อดี – ข้อเสีย อย่างไร

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย solar26 เมื่อ 16 ส.ค. 62 21:16:09

คุณรู้หรือไม่ว่าการทาหมันในผู้หญิง มีข้อดี – ข้อเสีย อย่างไร
คุณรู้หรือไม่ว่าการทาหมันในผู้หญิง มีข้อดี – ข้อเสีย อย่างไร
คุณรู้หรือไม่ว่าการทาหมันในผู้หญิง มีข้อดี – ข้อเสีย อย่างไร
พญ.จุฑาทิพย์ สินยอดเยี่ยม สูตินรีเวช เฉพาะทางโรคนรีเวชและผ่าตัดผ่านกล้อง รพ.พญาไท
คุณรู้หรือไม่ว่าการทาหมันในผู้หญิง มีข้อดี – ข้อเสีย อย่างไร
คุณรู้หรือไม่ว่าการทาหมันในผู้หญิง มีข้อดี – ข้อเสีย อย่างไร

คุณรู้หรือไม่ว่าการทาหมันในผู้หญิง มีข้อดี – ข้อเสีย อย่างไร

โพสต์โดย solar26 เมื่อ 16 ส.ค. 62 21:16:09


การทาหมันหญิง คือ การคุมกาเนิดชนิดหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เป็นวิธีที่ประหยัด ปลอดภัย มี อัตราการล้มเหลวทาให้เกิดการตั้งครรภ์น้อยมาก เหมาะสาหรับผู้ที่มีบุตรเพียงพอแล้ว และเกิดจากการ ตัดสินใจร่วมกันทั้งสามีและภรรยา รวมถึงผู้ที่มีข้อห้ามในการตั้งครรภ์ โดยจะเป็นการทาให้ท่อนาไข่อุดตัน โดย การใช้ไฟฟ้าจี้ , ผูกและตัด , ใช้คลิปหนีบ , หรือใช้วงแหวนพลาสติก รัดทางเดินของท่อนาไข่ หรือที่เรียกกันว่า ปีกมดลูกทั้งสองข้าง ไข่ที่ตกจากรังไข่เดือนละ 1 ใบ จะไม่สามารถเข้ามาผสมกับตัวอสุจิจากฝ่ายชายได้ เมื่อไข่ ไม่ถูกผสมก็จะฝ่อไปเองภายใน 1 วัน ส่วนรังไข่ก็ผลิตไข่และฮอร์โมนไปตามปกติ หลังทาหมันแล้วก็สามารถ ทางานได้ตามปกติ เพียงแต่ห้ามยกของหนักในช่วง 3-4 วันแรกเท่านั้น
ประเภทของการทาหมันหญิง
1.) การทาหมันหลังคลอด (การทาหมันเปียก ) เป็นการทาหมันภายใน 6 สัปดาห์แรกหลังการคลอดบุตร โดยนิยมทาในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังการคลอดบุตร เนื่องจากสามารถทาได้โดยง่าย แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก เนื่องจากมดลูกยังมีขนาดโตลอยอยู่ในช่องท้องเหนืออุ้งเชิงกราน จึงทาให้สามารถหาท่อนาไข่ทั้ง 2 ข้างได้ง่าย วิธีที่นิยมทากันก็คือ การลงแผลผ่าตัดใต้สะดือ ขนาดแผลยาวประมาณ 2-5 เซนติเมตร แล้วทาการผูกท่อนาไข่ และตัดท่อนาไข่บางส่วนออกทั้งสองข้าง เมื่อทาเสร็จแล้วต้องนอนพักโรงพยาบาลประมาณ 1-2 วัน จึงจะกลับ บ้านได้ หลังผ่าตัดประมาณ 6-7 วัน จึงมาตัดไหม ส่วนคนที่ผ่าท้องคลอด แพทย์จะทาหมันไปพร้อมกัน เพื่อที่จะไม่ต้องมาทาใหม่อีกในภายหลัง ต้องนอนพักในโรงพยาบาลประมาณ 4-5 วัน
2.) การทาหมันปกติ (การทาหมันแห้ง ) เป็นการทาหมันในระยะที่ไม่ใช่ในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังการคลอด บุตร มดลูกจะมีขนาดปกติและอยู่ในอุ้งเชิงกราน การผ่าตัดจึงมีความยากในการหาท่อนาไข่มากกว่าการทา หมันเปียก แต่ก็ใช้เวลาไม่นาน เพียงแค่ 10-15 นาที เมื่อทาเสร็จแล้วแพทย์จะให้นอนพักประมาณ 2-3 ชั่วโมง และกลับบ้านได้เลย และอีกประมาณ 6-7 วัน จึงค่อยกลับมาให้แพทย์ตัดไหม ซึ่งการทาหมันแห้งสามารถแบ่ง ออกได้เป็น 2 วิธี คือ
2.1การผ่าตัดหน้าท้อง (Laparotomy) เป็นการลงแผลผ่าตัดบริเวณเหนือหัวหน่าว จากนั้นหาท่อนา ไข่เพื่อทาการผูกและตัด ท่อนาไข่บางส่วนออกทั้ง 2 ข้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการผ่าตัดด้วยวิธีนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที เมื่อผ่าเข้าไปในช่องท้องจะใช้อุปกรณ์จับท่อนาไข่ ไล่ไปจนเห็นปลายเปิดของท่อนาไข่ซึ่งมีลักษณะ คล้ายปากแตร เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นท่อนาไข่ แล้วใช้ไหมผูกท่อนาไข่ 2 ปม แล้วตัดส่วนกลางของท่อนาไข่ให้แยก ออกจากกัน หลังจากนั้นแพทย์จะ ตรวจดูว่าบริเวณส่วนของปลายท่อที่เหลือมีเลือดออกหรือไ ม่ ถ้าไม่ม ีก็จะท า การเย็บปิดแผลหน้าท้อง

2.2 การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopy) เป็นการใช้จี้ไฟฟ้าจี้ท่อนาไข่ร่วมกับตัดท่อนาไข่ทั้ง 2 ข้าง ออกบางส่วน หรือใช้อุปกรณ์รัดท่อนาไข่ ใช้คลิปหนีบท่อนาไขทั้ง 2 ข้างให้เกิดการอุดตัน โดยส่วนที่ทาได้จะมี อยู่ 2 ตาแหน่ง คือ บริเวณใกล้สะดือ แพทย์จะทาการฉีดยาชา แล้วเจาะรูเล็กๆ และใช้กล้องสอดเข้าไปทาหมั น ส่วนอีกที่คือบริเวณเหนือหัวหน่าว แพทย์จะฉีดยาชาแล้วผ่าแผลเล ็กๆ ประมาณ 2- 3 เซนติเมตร เพ ื่อเข้าไปท า หมัน แล้วจึงเย็บแผลปิด 1-2 เข็ม
3.) การทาหมันแบบ Essure เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการคุมกาเนิดมากกว่า 2 วิธีก่อน โดยกระบวนการ Essure จะเป็นการสกัดกั้นไม่ให้ไข่กับสเปิร์มมาเจอกัน โดยใช้วัตถุขนาดเล็กที่ทาขึ้นมาโดยเฉพาะ สอดเข้าไป ในท่อนาไข่ โดยใช้กล้องส่องตรวจโพรงมดลูก ใส่เข้าไปทางช่องคลอด ผ่านปากมดลูก ซึ่งกล้องที่ใส่เข้าไปนี้ สามารถหมุนเข้าไปอุดท่อนาไข่ได้ เพื่อสร้างปฏิกิริยากระตุ้นให้ร่างกายสร้างพังผืดขึ้นมาปิดท่อนาไข่ ซึ่งใช้เวลา ในการทาเพียง 5 นาที ไม่จาเป็นต้องพักฟื้น และไม่มีรอยแผลจากการผ่าตัด แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทาหมัน ด้วยวิธีนี้คือช่วงแรกหลังจากประจาเดือนหมด เนื่องจากเยื่อบุโพรงมดลูกจะบางมากจนสามารถมองเห็นท่อนา ไข่ทั้ง 2 ข้างได้อย่างชัดเจน
4.) การทาหมันโดยการตัดมดลูกในเพศหญิง (Hysterectomy) เป็นการผ่าตัดเพื่อเอามดลูกออกไปจาก ร่างกาย แต่ไม่ได้หมายความรวมถึงการตัดรังไข่ออกด้วย ซึ่งเป็นการป้องกันการตั้งครรภ์ได้แบบถาวร และวิธีนี้ ยังใช้สาหรับการรักษาโรคบางโรคได้อีกด้วย เช่น มะเร็งของระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี เช่น เนื้องอกมดลูก , มดลูกหย่อน, เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่, ประจาเดือนมามาก, มะเร็งปากมดลูก มะเร็งกล้ามเนื้อมดลูก มะเร็ง ท่อนาไข่ หรือมะเร็งรังไข่ เป็นต้น
ข้อดีของการทาหมันหญิง
1. การทาหมันหญิงเป็นวิธีการคุมกาเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการวางแผนครอบครัว
2. เป็นวิธีที่ประหยัด สะดวก ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการคุมกาเนิด ไม่ต้องกลัวลืมรับประทานหรือฉีด
ยาคุมกาเนิด และไม่ต้องเสียเวลาในการเข้ารับบริการการคุมกาเนิด
3. เนื่องจากไม่ใช่วิธีการคุมกาเนิดโดยใช้ฮอร์โมน จึงช่วยลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงจากการใช้
ฮอร์โมนได้
4. ไม่ขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคในการมีเพศสัมพันธ์
5. ไม่มีผลต่อการให้นมบุตร

ข้อเสียของการทาหมันหญิง
1. ผู้เข้ารับการผ่าตัดทาหมันด้วยวิธีการผ่าตัดแบบเปิดจะมีแผลผ่าตัดที่หน้าท้อง 2. หากการคุมกาเนิดด้วยวิธีนี้ล้มเหลว จะมีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้สูง 3. ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
ทาไมทาหมันแล้วอย่างตั้งครรภ์ได้ หรือที่เรียกกันว่า หมันหลุด
การที่ทาหมันแล้วยังตั้งครรภ์ได้ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่น้อยมากๆ โดยประมาณ 0.2 % ซึ่งอาจเกิดจาก การทปีกมดลูกที่ตัด ผูก หรือใช้ไฟฟ้าจี้ มาต่อกันเองได้สาหรับบางคน หรือใช้วงแหวนพลาสติกรัด แล้ววงแหวน เกิดหลุดก็ทาให้ตั้งครรภ์ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย ความยาวของท่อนาไข่ที่ตัดออก หรอื กรณีที่ผู้เข้ารับ การผ่าตัดมีการตั้งครรภ์ อ่อนๆอยู่ก่อนแล้วก่อนการทาหมัน แต่อาจไม่รู้ตัว และแม้ว่าจะทาการผ่าตัดโดยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญและทาการผ่าตัดอย่างถูกต้อง แต่ก็ยังมีรายงานพบการเชื่อมต่อกันเองของปลายท่อนาไข่และทาให้ เกิดการตั้งครรภ์ได้อยู่ และในส่วนของการทาหมันหญิงแบบ Essure อย่างถูกต้อง พบว่าจะมีโอกาสล้มเหลวทา ให้เกิดการตั้งครรภ์ได้เพียง 0.26% เท่านั้น




คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
แอพแรกที่คุณเลือก
รูปน่าสนใจอื่นๆ