กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”

โพสต์เมื่อ 29 มิ.ย. 62 02:46:00 | 426


หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย prmans เมื่อ 29 มิ.ย. 62 02:46:00

หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”
หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”

หนุ่มรุ่นใหม่ “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เปิดประเด็น “ฟิตเนสนุสติ”

โพสต์โดย prmans เมื่อ 29 มิ.ย. 62 02:46:00


เพราะมีประสบการณ์จากการบวชยาวนานถึง 12 ปี จึงทำให้ หนุ่มสกลนคร วัย 27 ปี อย่าง “ต้อม-สิทธิชัย ฐานทองดี” เทรนเนอร์ฟิตเนสฟรีแลนซ์เกิดไอเดียบรรเจิด นำหลักสุขภาพมาผสานกับหลักธรรมมาเป็นข้อแนะนำและข้อคิดดีให้กับลูกค้ารวมทั้งผู้ที่รักษาสุขภาพ

ต้อม สิทธิชัย เริ่มต้นเล่าชีวิตในวัยเด็กให้ฟังว่า ชีวิตในวัยเด็กลำบากมาก พ่อแม่มีปัญหาแล้วแยกทางกันตั้งแต่ตนเองยังเด็กประมาณเรียนชั้นอนุบาล สุดท้ายเราต้องไปอาศัยอยู่กับตายาย ต่อมาไม่นานพ่อแม่ได้เสียชีวิตลงในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ความหวังที่จะได้ไปอยู่กับพ่อแม่จบสิ้นทันที ช่วงที่อยู่กับตายายไม่ได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กตัวกระเปี๊ยกที่ต้องมีความสุขสนานตามประสาเลยแม้แต่น้อย ต้องช่วยตายายทำงานสารพัด เช่น ตื่นตี 4 - ตี 5 ทุกวัน เพื่อหุงข้าว ทำนา ทำสวน ยิงนก ตกปลา ขายผัก ขายปลา ขายกบ เขียด และอีกสารพัด ทั้งเดินขายทั่วหมู่บ้านและที่โรงเรียนให้หมดจึงจะกลับบ้านได้ แล้วถ้าน้า ๆ ออกหากบ เขียด ปลา กว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน

“การเดินทางไปเรียนหนังสือ เดินต๊อกแต๊กไปเรื่อย ๆ กว่าหนึ่งชั่วโมง บางครั้งเจอฝนก็เปียกทั้งตัว นั่งเรียนไปอย่างนั้น ไม่มีเพื่อนคบ แถมยังโดนเพื่อนรุมแกล้งอีก เพราะด้วยความยากจนที่เราแต่งตัวมอซอเสื้อขาด ๆ กางเกงเก่า ๆ หนังสืออุปกรณ์ก็ไม่มี จึงต้องนั่งเรียนหลังห้อง”

ต้อม เล่าด้วยว่า ต่อมาความอดทนได้สิ้นสุดลง เพราะทนแรงกดดันจากรอบด้านไม่ไหว ทั้งที่บ้านทั้งโรงเรียน จึงเริ่มเกเรไปโรงเรียนแต่ไปไม่ถึงหลบไปอยู่ในป่า พอตกเย็นก็กลับบ้าน หนักเข้าขโมยเงินตายายไปซื้อขนมกิน พอถูกจับได้ทั้งหนีโรงเรียนและขโมยเงิน ก็ถูกยายเฆี่ยนตี ช่วงนั้นโดนตีแทบทุกวัน สารพัดไม้ แม้แต่ไม้คานหาบของยังโดนมาแล้ว อีกทั้งน้าที่อยู่ด้วยติดยาเป็นโรคประสาทเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย กลางคืนนอนผวามากกลัวน้าจะทำร้าย จนมีอยู่วันนั้นน้าตาขวางเดินเข้ามาหาจะฆ่าเรา ยายจึงให้หนีออกจากบ้านไปตั้งแต่วันนั้น

“ผมจึงกลายเป็นเด็กเร่ร่อน อาศัยนอนตามสะพานลอย ตามท่อซีเมนต์ เวลาหิวก็รื้อถังขยะบ้าง เดินหาของกินที่เขาทิ้งในตลาดบ้าง ถึงขั้นจับตั๊กแตนมากินประทังความหิวก็เคยแล้ว สุดท้ายไปเป็นเด็กวัดอาศัยอยู่กับหลวงพ่อและกินข้าวก้นบาตรที่วัดสุมังคลาราม อ.เมือง จ.สกลนคร โดยปัจจุบันมี พระอธิการวิทรพล สิริคุตโต เป็นเจ้าอาวาสที่ให้ความเมตตามาตลอด โดยได้แลกกับการทำงานวัด เช่น กวาดวัด ถูศาลา เป็นต้น แต่เมื่อครั้นบวชเป็นเณรก็ได้ไปจำวัดอยู่ที่วัดแจ้งแสงอรุณ อ.เมือง จ.สกลนคร มาตลอด"

ต้อมพูดถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งหลังจากที่บวชเรียนมาได้ 12 ปี โดยตัดสินใจสึกเมื่อปี 2559 ว่า มองใช้ชีวิตในโลกธรรมและผ้าเหลืองเต็มอิ่มแล้ว จึงอยากจะศึกษาชีวิตในโลกภายนอก เพราะเรายังหนุ่มยังแน่นน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ จึงขอท่านเจ้าอาวาสสึก ช่วงสึกใหม่ ๆได้ใช้วิชาความรู้ในเรื่องทำกรอบพระที่ศึกษาในขณะบวช รวมทั้งให้เช่าพระ เพราะระหว่างที่ได้เราได้มาเยอะมาก พอทำกรอบพระมาเรื่อย ๆ เริ่มรู้สึกว่าไม่ไหวต้องเลิก เพราะสูดดมสารเคมีอันตรายที่ใช้ทำทุกวัน กระทั่งไอเป็นเลือด ยิ่งเราตัวเล็ก ๆน้ำหนักน้อย ๆเลยมองเหมือนคนติดยาและขี้โรค จึงหันมาสนใจสุขภาพของตนเอง หากป่วยขึ้นมาไม่มีใครมาดูแลเรา เนื่องจากตัวคนเดียว

“พอดีมาเจอฟิตเนสสาธารณะจึงตัดสินเข้ามาเล่น ก็เล่นแบบมั่ว ๆ อยากเล่นเครื่องไหนก็เล่นไปเรื่อยเปื่อยไม่มีเป้าหมาย พอเรามาบ่อย ๆ ก็มีเพื่อนก๊วนรักสุขภาพ แนะนำให้ไปเข้าฟิตเนสเอกชนเลยไปบริการวันละ 30 บาท ที่นี่มีเพื่อน ๆและเทรนเนอร์คอยแนะนำการออกกำลังกายที่ถูกวิธี หุ่นก็เริ่มดีขึ้นมาเรื่อย ๆ กระทั่งมีซิคแพค เวลาลงภาพในโซเชี่ยลมิเดียก็มีคนมาเม้นท์ของหุ่นดีจึงเกิดกำลังใจที่จะต่อยอดมาทำอาชีพเทรนเนอร์ เพราะมันใช่ตัวเราเลย”

เมื่อมีโอกาสที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งหนุ่มสกลนครจึงสมัครเข้าคอร์สเรียนเทนเนอร์ฟิตเนส จัดโดย SMARTGYM FITNESS อบรมกันที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี หลักสูตร 100 ชั่วโมง จนสำเร็จหลักสูตร

ต้อม กล่าวว่า การออกกำลังกายทุกวันและอย่างสม่ำเสมอก็เหมือนกับการบริหารจิตใจด้วยหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อเราปฏิบัติทุกวันก็ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันที่ดี อย่างเรื่องสุขภาพทำให้เรามีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคเบียดเบียน “อโรคยา ปรมาลาภา...ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” เช่นเดียวกับการปฏิบัติธรรมทุกวันทำให้จิตใจเข้มแข็งต่อสู้กับสภาวะกิเลสต่าง ๆที่อยู่รายล้อมตัวเรา เมื่อกายดีและใจดีผสานกันจะทำให้เป็นมูลค่าหรือต้นทุนชีวิตที่ดี มีการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข เชื่อเหลือเกินว่าปัญหาต่าง ๆ จะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด หรือเกิดหากปัญหาอุปสรรคใด ๆ เราก็จะฟันฝ่าไปได้ด้วยสติปัญญา

หลักธรรมสอนของพุทธองค์ที่ว่า ปรากฏการณ์ใด ๆ ของโลกและชีวิตมีเหตุทำให้เกิดขึ้น มีปัจจัยเป็นตัวสนับสนุนเหตุนั้นให้เจริญและตั้งมั่นอยู่ได้ ปัจจัยเป็นตัวสนับสนุนจึงเปรียบเหมือนผู้อุปการะให้ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ดำเนินไปได้ตามแบบแผนที่พึงจะเป็น เช่น เม็ดมะม่วง ถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็จะแห้งและตายไปในที่สุด แต่ถ้านำไปฝังในดินที่มีปุ๋ยพอเหมาะ มีแสงแดดส่องถึง หมั่นรดน้ำ สภาพเดิมที่เคยเป็นเพียงเม็ดมะม่วง ก็จะแตกออกเป็นลำต้น กิ่ง ใบ และให้ผลในเวลาต่อมา

ในที่นี้เม็ดมะม่วงเป็นเหตุ ส่วนดิน ปุ๋ย น้ำ แสงแดด เป็นตัวอุปการะสนับสนุนเหตุ คือ เม็ดมะม่วงให้เจริญขึ้นจนเกิดผลมะม่วงให้เรารับประทานกัน ผลมะม่วงเป็นสภาพธรรมที่มาจากการทำงานร่วมกันของปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ผลมะม่วงจะเกิดขึ้นเองลอย ๆ ไม่ได้ หรือเกิดขึ้นเพราะการบังคับโดยไม่ให้ปัจจัยเลยก็ไม่ได้ และในทางตรงข้ามถ้ามีเหตุ คือ เม็ดมะม่วง และมีปัจจัยพอเพียงทั้งดิน น้ำ ปุ๋ย แสงแดด จะห้ามไม่ให้เม็ดมะม่วงแตกดอกออกผลก็ไม่ได้เช่นกัน

“เช่นเดียวกับการออกกำลังกาย เมื่อเรามีเหตุคือ การรักสุขภาพสนใจและใส่ใจออกกำลังกายทุกวัน ก็จะเกิดผลตามมาคือ การเป็นคนที่มีสุขภาพดีชีวีสดใส ซึ่งใครอยากได้ก็ต้องทำเอง ซื้อหาไม่ได้ แล้วการเรียนรู้อะไรต้องให้จริงและนำไปปฏิบัติจริง จึงจะสามารถแก้ปัญหาทั้งหลายแล้วพบกับทางแห่งความสำเร็จผล ดังที่หลวงปู่ชา สุภัทโท กล่าวไว้ว่า การแสดงธรรมก็เพื่อให้รู้สิ่งต่างๆสี่ประการ คือให้รู้จักทุกข์ รู้จักเหตุเกิดของทุกข์ รู้จักความดับทุกข์ ให้รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ เมื่อรู้แจ่มแจ้งทั้งสี่ประการนี้แล้วมันก็หมด เพราะทุกข์เราก็รู้ เหตุของทุกข์เราก็รู้ ความดับทุกข์เราก็รู้ ข้อประพฤติปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์นี้เราก็รู้ เมื่อรู้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งทั้งสี่ประการอย่างนี้แล้ว ก็เรียกว่าจบปัญหา ความสงสัยทั้งหลายก็หมดไป เช่นเดียวกับการออกกำลังกายที่มีเป้าหมายและถูกวิธีย่อมทำให้เรารู้ทางแก้ไขปัญหาสุขภาพของแต่ละคน ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว”

ต้อม กล่าวด้วยว่า ในการทำงานทุกอย่างต้องมีจรรยาบรรณและจริยธรรม เช่นเดียวกับการทำงานในหน้าที่เทรนเนอร์ฟิตเนส ต้องเจอลูกค้าที่หลากหลาย บางคนก็นอกลู่นอกทางในความประพฤติที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องเซ็กซ์ เราต้องหาวิธีหลีกเลี่ยงแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ซึ่งที่ไปอบรมมาจะเน้นเรื่องนี้มาก มีกฎ กติกา มารยาท ต่าง ๆ โดยเฉพาะวิธีการสัมผัสตัวลูกค้า ถ้าจำเป็นจริง ๆต้องกล่าวคำขอโทษหรือขออนุญาต หากจะคิดทำอะไรที่ไม่เหมาะสมให้เลิกทำอาชีพนี้ไปเลย เสียชื่อเสียงวงการ เหมือนธรรมะเราก็ต้องมีศีลทั้งหลายกำกับ เพื่อไม่กระทำผิดทำนองคลองธรรม สังคมเราที่มีปัญหาก็เพราะคนไม่เคารพกฎ และขาดศีลธรรม แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมยึดถือเลยคือ "ความกตัญญูกตเวที" ผมไม่เคยลืมบุญคุณใคร โดยเฉพาะวัดที่ผมเคยได้อาศัยและบวชเรียน หากผมมีเวลาผมจะกลับไปช่วยงานที่วัด อย่างเช่น ที่วัดจะมีสุนัขและแมวที่มีคนนำปล่อยไว้เยอะมาก ก็จะซื้ออาหารไปให้ รวมถึงส่งปัจจัยไปให้ซื้ออาหารสุนัขและแมวอย่างสม่ำเสมอ

“แม้คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่สามารถเลือกที่จะทำสิ่งดี ๆให้กับชีวิตได้ เหมือนเช่นอนาคตของผมอยากทำอาชีพเทรนเนอร์ออกกำลังกายให้ดีที่สุด ตามความรู้ความสามารถที่ผมมีอยู่และคอยพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เสมือนผมมีหลักธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวนำทางให้ไปพบกับแสงสว่างทั้งหลาย โดยเฉพาะแสงสว่างแห่งปัญญาที่นำพาชีวิตไปพบกับสิ่งที่ดี ๆ มีความสบายใจ มีชีวิตที่ดี มีความสุขที่ไม่เบียดเบียนใคร และพร้อมที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม ผมทำได้ทุกคนย่อมทำได้ครับ”




คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !