กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

แหล่งพบไดโนเสาร์แห่งแรกของไทย มานานกว่า 30 ปีแล้ว

โพสต์เมื่อ 12 มิ.ย. 62 05:43:28 | 46


แหล่งพบไดโนเสาร์แห่งแรกของไทย มานานกว่า 30 ปีแล้ว

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย sme07075 เมื่อ 12 มิ.ย. 62 05:43:28 จาก URL นี้ : https://talk.mthai.com/journey/478346.html

แหล่งพบไดโนเสาร์แห่งแรกของไทย มานานกว่า 30 ปีแล้ว
แหล่งพบไดโนเสาร์แห่งแรกของไทย มานานกว่า 30 ปีแล้ว

แหล่งพบไดโนเสาร์แห่งแรกของไทย มานานกว่า 30 ปีแล้ว

โพสต์โดย sme07075 เมื่อ 12 มิ.ย. 62 05:43:28


มีผู้ใดกันรู้บ้างว่า พวกเราขุดเจอ "ไดโนเสาร์" ในประเทศไทยทีแรกมานานกว่า 30 ปีแล้ว และก็ช่องเขาใน "ภูเวียง" ที่เมืองขอนแก่น ก็คือสถานที่แรกที่การันตีว่า ในสมัยก่อนการแผ่นดินอีสานที่นี้เคยเป็นสถานที่โลดแล่นของสัตว์เลื้อยคลายยักษ์สมัยดึกดำบรรพ์

ระหว่างเดินทางไปเยี่ยมชมธุรกิจสิ่งใหม่ในเขตภาคอีสาน ร่วมกับที่ทำการของใหม่แห่งชาติ (สนช.) เมื่อต้นเดือน กุมภาพันธ์52 กลุ่มข่าวสารวิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ได้โอกาสแวะไปเยี่ยมพิพิธภัณฑสถานไดโนเสาร์ภูเวียง ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น คณะทำงานก็เลยได้เก็บภาพแล้วก็ข้อมูลมาฝาก

ภาพแรกที่คงจะดึงดูดสายตานักเดินทางเมื่อไปถึงพิพิธภัณฑสถานน่าจะเป็นภาพของหัวไดโนเสาร์ที่ติดอยู่เหนือป้ายชื่อพิพิธภัณฑสถาน เมื่อเดินตามรอยตีนไดโนเสาร์สู่พิพิธภัณฑสถานจะเจอกระบะทรายขนาดใหญ่สำหรับให้ผู้เข้าชมได้ทดสอบรับบทบาทเป็นนักธาตรีผู้ขุดเจอไดโนเสาร์ คาดว่ามุมนี้จะดึงความพึงพอใจจากเด็กๆและก็เยาวชนได้มาก

เลี้ยวซ้ายสู่ภูเวียง แหล่งศึกษาค้นพบไดโนเสาร์ที่แรกของไทย
นิทรรศการของด้านในพิพิธภัณฑสถานแบ่งได้เป็นโซนต่างๆทั้งปวง 8 โซน ซึ่งเริ่มตั้งแต่นิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวเกิดเอกภพ ระบบสุริยะและก็โลกของพวกเรา หินแร่รวมทั้งซากดึกดำบรรพ์ที่จะไขปัญหาประวัติความเป็นมาของโลก กระดูกไดโนเสาร์ ภาพเรื่องราวศึกษาค้นพบแล้วก็เรื่องราวการศึกษาวิจัยทางด้านบรรพชีวินวิทยาในประเทศไทย

เอกสารที่กลุ่มข่าวสารวิทยาศาสตร์ได้รับจากข้าราชการดูและพิพิธภัณฑสถานบอกว่า กรมทรัพยากรธรณีได้ศึกษาและทำการค้นพบกระดูกขนาดใหญ่ที่แปลงเป็นหินคราวแรกเมื่อปี 2519 รอบๆภูเขาประตูตีสุนัขทางด้านพระอาทิตย์ของช่องเขาภูเวียงใน จังหวัดขอนแก่น ระหว่างการสำรวจแร่ยูเรเนียม ซึ่งเป็นการศึกษาและทำการค้นพบที่ทำให้เกิดการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยด้านบรรพชีวินวิทยาของไทย โดยกระดูกดังที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นส่วนปลายกระดูกต้นขาของไดโนเสาร์รับประทานพืชขนาดใหญ่

กระบะทรายสำหรับให้นักเดินทางได้ทดสอบสวมบทนักบรรพชีวินวิทยา
ในสมัยไดโนเสาร์เมื่อโดยประมาณ 130 ล้านปีมาแล้ว ภูเวียงเป็นที่ราบกว้าง มีสายน้ำไหลผ่าน และก็มีสิ่งชีวิตชนิด ปลา หอย เต่ารวมทั้งไดโนเสาร์อาศัยอยู่ สำหรับไดโนเสาร์ที่ศึกษาค้นพบรอบๆภูเวียงนั้นมีอีกทั้งจำพวกรับประทานพืชแล้วก็รับประทานสัตว์ โดยมีการคนเจอ คอมพ์ซอกเนธัส ไดโนเสาร์ขนาดเล็กตัวเท่าแม่ไก่ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ซึ่งเป็นไดโนเสาร์รับประทานพืชขนาดความยาว 15 เมตร ที่ได้รับพระราชานุญาตให้เชิญพระนามาภิไธย "สิรินธร" เป็นชื่อไดโนเสาร์

นอกเหนือจากนั้นยังมีการศึกษาและทำการค้นพบไดโนเสาร์อื่นๆอีก เป็นต้นว่า ไทยโมไทรันนัส อีสานเอนสิส ซึ่งจัดเป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์รับประทานเนื้ออย่าง ไทแรนนอซอรัสเร็กซ์ หรือ ครั้งเร็กซ์ ไดโนเสาร์ที่มีฟันเหมือนไอ้เข้ ไทยโมซอรัส นักปราชญ์ธรนิ แล้วก็ไดโนเสาร์รับประทานเนื้อ กินรีไม่มัส ที่มีความยาว 1-2 เมตร รวมทั้งมีรูปร่างเหมือนนกกระจอกเทศ
สะกดรอยเท้าไดโนเสาร์ไปสู่พิพิธภัณฑสถาน
ข้าราชการประจำพิพิธภัณฑสถานไดโนเสาร์ภูเวียงบอกกับกลุ่มข่าวสารวิทยาศาสตร์ว่า พิพิธภัณฑสถานที่ภูเวียงนี้มีความจำเป็นในแง่ที่เป็นแหล่งศึกษาค้นพบกระดูกไดโนสาร์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย แต่ว่าเมื่อเทียบกับพิพิธภัณฑสถานสิรินธรหรือพิพิธภัณฑสถานไดโนเสาร์ภูเขาจับข้าวที่ จังหวัดจังหวัดกาฬสินธุ์แล้ว พิพิธภัณฑสถานที่ภูเวียงมีคาดการณ์ศึกษาและทำการค้นพบไดโนเสาร์น้อยกว่า และก็พิพิธภัณฑสถานที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ส่วนที่ภูเวียงได้ทดสอบเปิดมาตั้งแต่ปี 2544 และก็คาดคงจะได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ข้างหลังการเปิดตัวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยาสรรเสริญ จังหวัดจังหวัดปทุมธานี

สำหรับกรุ๊ปผู้เที่ยวชมพิพิธภัณฑสถานส่วนมากเป็นกรุ๊ปเด็กนักเรียนที่เข้าเยี่ยมชมกันเป็นหมู่คณะ ไม่ได้แตกต่างไปจากพิพิธภัณฑสถานให้ความรู้ความเข้าใจอื่นๆซึ่งมีปริมาณผู้เข้าชมตลอดทั้งปีโดยประมาณ 100,000 คน โดยในปริมาณนั้นเป็นนักเดินทางที่เดินทางมายอดเยี่ยมเองบ้างในปริมาณเล็กน้อย ดังนี้สามารถเข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยพิพิธภัณฑสถานเปิดให้บริการวันแล้ววันเล่าวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 8.30-17.00 น. และก็หยุดให้บริการแต่ละวันจันทร์


เครดิตจาก : https://talk.mthai.com/journey/478346.html



คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !