กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

ภัยพิบัติ...จัดการได้ หลังชาวบ้านรับผลกระทบจากพิษปาบึกอ่วมหนักนครศรีฯ

โพสต์เมื่อ 24 พ.ค. 62 15:10:46 | 111


ภัยพิบัติ...จัดการได้ หลังชาวบ้านรับผลกระทบจากพิษปาบึกอ่วมหนักนครศรีฯ

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย sumintrarat เมื่อ 24 พ.ค. 62 15:10:46 จาก URL นี้ : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

ภัยพิบัติ...จัดการได้ หลังชาวบ้านรับผลกระทบจากพิษปาบึกอ่วมหนักนครศรีฯ
ภัยพิบัติ...จัดการได้ หลังชาวบ้านรับผลกระทบจากพิษปาบึกอ่วมหนักนครศรีฯ
ภัยพิบัติ...จัดการได้ หลังชาวบ้านรับผลกระทบจากพิษปาบึกอ่วมหนักนครศรีฯ
ภัยพิบัติ...จัดการได้ หลังชาวบ้านรับผลกระทบจากพิษปาบึกอ่วมหนักนครศรีฯ
ภัยพิบัติ...จัดการได้ หลังชาวบ้านรับผลกระทบจากพิษปาบึกอ่วมหนักนครศรีฯ
ภัยพิบัติ...จัดการได้ หลังชาวบ้านรับผลกระทบจากพิษปาบึกอ่วมหนักนครศรีฯ
ภัยพิบัติ...จัดการได้ หลังชาวบ้านรับผลกระทบจากพิษปาบึกอ่วมหนักนครศรีฯ
ภัยพิบัติ...จัดการได้ หลังชาวบ้านรับผลกระทบจากพิษปาบึกอ่วมหนักนครศรีฯ

ภัยพิบัติ...จัดการได้ หลังชาวบ้านรับผลกระทบจากพิษปาบึกอ่วมหนักนครศรีฯ

โพสต์โดย sumintrarat เมื่อ 24 พ.ค. 62 15:10:46


อ่วมหนักนครศรีฯ ถือเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ จากภัยพิบัติมาโดยตลอดซึ่งนับตั้งแต่เกิดพายุปาบึกที่พัดถล่มขึ้นฝั่งนครศรีธรรมราช สร้างความเสียหายในพื้นที่จ.นครศรีฯ เป็นวงกว้างได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ครอบคลุมทั้งจังหวัด แรงลมถล่มเสาไฟฟ้าล้มระเนนระนาด ต้นไม้หักโค่นทับบ้านเรือนพังพินาศและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ 16 อำเภอ ซึ่งขณะนี้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้าให้การช่วยเหลือและสำรวจความเสียหายเป็นการเร่งด่วน
ด้วยเหตุนี้จึงเกิดความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายจัดการภัยพิบัติระหว่างเครือข่ายตำบลจัดการภัยพิบัติ จ. นครศรีฯ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย (ปภ.) และสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม รับมือและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นยามเกิดภัยพิบัติต่างๆ โดยในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติผู้ขับเคลื่อนสำคัญอย่าง ผู้ใหญ่โกเมศร์ ทองบุญชู ผู้ประสานงานเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติ จ.นครศรีฯ ได้ผนึกและรวมตัวองค์กรภาคประชาชนที่รวมตัวกันภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนัก 3 โดยนางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. ให้การสนับสนุนสร้างเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติ
ผู้ใหญ่โกเมศร์เปิดเผยว่า “หลังจากที่เรามีเครือข่ายพอเกิดภัยพิบัติเรามีระบบเพื่อรับมือและป้องกันในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ ซึ่ง มี3 ระยะด้วยกัน คือ1. เร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูชุมชมและบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ 2.สำรวจระดมอาสาสมัครที่มีอยู่ พร้อมทั้งเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการช่วยเหลือ เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ประชาชน สามารถสัญจรได้ 3.จากนั้นเร่งหาสำรวจบ้านเรือนที่พังเพื่อเคลื่อนย้ายเศษไม้ ต้นไม้ที่กองล้มขวางระเนระนาดออกจากบ้านและพื้นที่ และเร่งช่วยเหลือซ่อมสร้างบ้านเรือนที่พังได้รับความเสียหายโดยประมาณ 47-48 หลัง ซึ่งมี 2 หลังที่สร้างแล้วเสร็จและผู้ประสบภัยได้เข้าไปอาศัยอยู่แล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการทำงานของเครือข่าย ภายใต้การทำงานของทุกส่วนร่วมมือกันขับเคลื่อนงาน และร่วมกันจัดการโดยความร่วมมือของท้องที่ และท้องถิ่นและกำลังที่สำคัญที่สุด คือ จิตอาสาสมัคร จนเกิดเป็นความร่วมมือของภาคีเครือข่ายโดยใช้ชื่อว่า "1 ตำบล 1 ศูนย์จัดการภัยพิบัตินำร่องพื้นที่ 30 ตำบล" โดยผ่านการอบรมหลักสูตรในจ.นครศรีฯ ซึ่งพบว่าประสบปัญหาในการช่วยเหลือและฟื้นฟูสร้างบ้านใช้เวลายาวนานมาก กว่าจะปรับพื้นที่ได้ยากมากและบ้านบางหลังก็ยังจมน้ำอยู่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือซ่อมได้ และปัญหาของการขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมล่าช้ามาก ทำให้การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามที่ตั้งไว้ ซึ่งทางผู้ใหญ่โกเมศร์วอนมาว่า ถ้าระบบยังจัดการอยู่แบบนี้ อีกภายใน 1 เดือนก็ยังไม่แล้วเสร็จ และบางพื้นที่มีผู้สูงอายุนอนรอความช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า วันที่เกิดเหตุพายุปาบึกตนเองอยู่ในบ้านกับลูก พายุแรงทำให้ต้นขี้เหล็กที่บ้านทำท่าจะล้ม เธอจึงพาลูกไปหลบอยู่อีกมุมหนึ่งของบ้าน แต่แล้วต้นมะพร้าวฝั่งที่เธอหลบอยู่นั้นก็ล้มลงมาทั้งต้นทับขาเธอเต็มๆและแขนลูกเธอด้วย หลังจากได้รับบาดเจ็บก็เลยรีบพาลูกไปหลบอีกมุมหนึ่ง ตอนนั้นไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บอยู่ และหลังจากพายุสงบลง เธอเองก็ไม่สามารถเดินขยับได้ จะไปหาหมอก็ไม่ได้ เพราะต้นไม้ล้มทับทางไปหมด หลังจากนั้นเธอก็ได้ไปอยู่โรงพยาบาลและทางสสส.ก็ได้เข้ามาช่วยเหลือและซ่อมแซมบ้านให้ ซึ่งบ้านเธอนั้นสร้างแล้วเสร็จไปแล้ว 80% ถ้าไม่มีทีมของ สสส.มาช่วย ป่านนี้ไม่รู้เธอจะอยู่ใช้ชีวิตอย่างไร
ทางด้านนางอรวรรณ สุวรรณโชติ ผู้ประสบภัยพายุปาบึกชาวบ้านต.ดอนตรอ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีฯ ตนเองได้รับความเดือดร้อนต้นไม้ล้มทับหลังคาทั้งหลัง ตอนนี้ซ่อมแซมเกือบเสร็จแล้วขอขอบคุณหน่วยงานราชการ ทีมงานจิตอาสา และสสส.ที่เข้ามาช่วยเหลือตนในครั้งนี้
ผู้ใหญ่โกเมศร์ทิ้งท้ายไว้ว่า "เราอยู่ในสภาวะเสี่ยงภัยกับสภาวะของโลกที่เปลี่ยนแปลง หากเรายังดูดายในประเด็นนี้จะไม่มีโอกาสรอด เพราะภัยพิบัติเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดและมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากนี้ไปอยากให้ตะหนักถึงการสร้างพลังชุมชนท้องถิ่น สำคัญที่สุดต้องมีฐานข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัย ต้องมีอาสาสมัคร ต้องมีระบบสื่อสาร ในวันนี้ทุนทางชุมชมมีเยอะเราทำอย่างไรที่จะได้เอาทุนนั้นกลับมาบูรณาการ ทุนภูมิปัญญา ทุนสมัยใหม่ ทุนชุมชนเป็นพลังของชุมชนและบูรณาการกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะรับมือภาวะภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในอนาคต


เครดิตจาก : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย



คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
รูปน่าสนใจอื่นๆ