กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

7 ข้อควรรู้ของหนุ่มนักฟิตเนสมือใหม่

โพสต์เมื่อ 17 พ.ค. 62 18:40:27 | 8


7 ข้อควรรู้ของหนุ่มนักฟิตเนสมือใหม่

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย ppkk16046 เมื่อ 17 พ.ค. 62 18:40:27 จาก URL นี้ : https://www.vegus666.com/register.html

7 ข้อควรรู้ของหนุ่มนักฟิตเนสมือใหม่
7 ข้อควรรู้ของหนุ่มนักฟิตเนสมือใหม่

7 ข้อควรรู้ของหนุ่มนักฟิตเนสมือใหม่

โพสต์โดย ppkk16046 เมื่อ 17 พ.ค. 62 18:40:27


ในยุคนี้แล้วนอกจากมีหน้าที่การงาน การเงินที่ดีแล้ว การมีสุขภาพที่ดีก็นับว่าสำคัญมากๆ เลย เพราะสุขภาพที่ดีนั้นเราไม่สามารถหาซื้อที่ไหนได้ จะต้องทำเองด้วยการออกกำลังกายเท่านั้น คนที่ไม่ออกกำลังกายย่อมเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย แต่ว่าจะทำอย่างไรให้การออกกำลังกายของเรานั้นไปได้ในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่ได้ทำตามความเชื่อที่ผิดๆ ซึ่งอาจจะส่งผลที่แย่กับร่างกายได้ เราจะมาช่วยทบทวน และช่วยเตือนคุณเอง

1. ไม่ยืดกล้ามเนื้อ

ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงที่ไม่ยืดกล้ามเนื้อก่อนการออกกำลังกาย แต่อย่าจำสับสนระหว่างการ warm up กับการยืดกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อควรทำหลังจากที่อบอุ่นร่างกายแล้ว และหลังออกกำลังกายเสร็จแล้วด้วย หากไม่มีการยืดเส้นยืดกล้ามเนื้อก่อนจะทำให้กล้ามเนื้อตึงโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บจากการออกกำลังกายก็จะมีมากด้วย ดังนั้นแล้วควรยืดเส้นยืดสายก่อนออกกำลังกายและหลังออกกำลังกายด้วยถึงจะดี จะได้ไม่ปวดกล้ามเนื้อ และเป็นตะคริวเอาได้

2. เริ่มการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง

การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายและสะดวกมากที่สุด เพียงแค่เตรียมรองเท้าสำหรับวิ่งดีๆ สักคู่หนึ่งเท่านั้นเอง แต่การวิ่งจ๊อกกิ้งก็มีข้อเสียในหลายๆ ด้าน เช่น อาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บกับข้อเท้าข้อเข่ามากสำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวเยอะ ทำให้รู้สึกใจเต้นเหนื่อยง่ายสำหรับคนที่ออกกำลังกายใหม่ๆ ในช่วงแรกๆ ยังมีการออกกำลังกายหลายอย่างที่น่าจะเหมาะสำหรับการเริ่มต้น เพื่อที่จะได้รู้สึกไม่ท้อไม่เหนื่อยจนเกินไป ลองเลือกดูอย่างเช่น การเดินเร็ว การปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เป็นต้น

3. เร่งจังหวะ หรือหักโหมเกินไป

เพราะหวังผลจากการออกกำลังกายมากเกินไป คุณเลยอยากเห็นผลจากการได้ออกกำลังกายเร็วๆ จึงอาจจะใช้เวลาในการออกกำลังกายต่อวันมากเกินไป หรือว่าออกติดต่อกันทุกวันโดยไม่มีพัก หรือว่าใช้แรงและพละกำลังอย่างมากในการออกกำลังกายจนใจสั่นเต้นเร็ว รวมถึงถ้าเล่นเวทก็อาจจะฝืนตัวเองด้วยการเพิ่มน้ำหนักในการยกเกินไป ซึ่งอาจเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ มีความเหนื่อยล้ามากเกินควร ดังนั้นแล้วควรเริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายให้หลอดเลือดและหัวใจแข็งแรงมากพอก่อน แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของการออกกำลังกายไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายจะปรับสภาพให้พร้อมสำหรับการออกกำลังกายหนักๆ ยิ่งขึ้น

4. ท้องว่างขณะออกกำลังกาย

มีความเชื่อว่าการออกกำลังกายในตอนที่ท้องว่าง จะทำให้มีการเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าช่วงเวลาอื่นๆ แต่ในความจริงแล้วเมื่อท้องว่างร่างกายจะดึงคาร์โบไฮเดรตและไขมันออกมาเผาผลาญมากก็จริง แต่หลังจากที่ออกกำลังกายแล้ว ก็ทำให้เกิดความอยากอาหารที่มากกว่าเดิมเพื่อเข้าไปทดแทนส่วนที่ถูกเผาผลาญออกไป ดังนั้นแล้วจึงไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างมากจนเกินไปจะดีกว่า แถมยังเป็นการทรมานตัวเองจากการโหยหิวมากเกินไปด้วย ลองกินกล้วยหรือขนมปังโฮลวีตสักแผ่นหน่อยก่อนไปออกกำลังกายดีกว่าปล่อยให้ท้องว่างนะ

5. คิดว่าตัวเองแก่เกินไปสำหรับการออกกำลังกาย

หลายๆ คนนึกว่าตัวเองอายุเยอะเกินไปแล้วจึงคิดว่าการออกกำลังกายนั้นไม่ควรจะหนักมากเกินไป จึงทำให้ตั้งเป้าหมายสำหรับการออกกำลังกายไว้ต่ำเกินกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้การออกกำลังกายไม่ได้ผลเท่าที่ควร การออกกำลังกายคือการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือด และหัวใจ ถ้าหลอดเลือดและหัวใจแข็งแรงร่างกายก็จะมีความอึดและทนทานต่อการออกกำลังกายได้มากขึ้น การออกกำลังกายมีแต่จะทำให้แข็งแรงและชะลอความแก่ได้ช้าลงนะ ดังนั้นแล้วพยายามท้าทายเพิ่มความหนักความยากให้กับตัวเองอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกายได้เลย

6. ดื่มน้ำได้ ไม่ต้องรอจนคอแห้ง

มีความเชื่อว่าไม่ควรดื่มน้ำขณะที่ออกกำลังกาย เพราะอาจจะทำให้รู้สึกจุกที่ท้องเอาได้ แต่จริงๆ แล้วระหว่างที่เราออกกำลังกายนั้น จะมีการสูญเสียเหงื่อ และน้ำมาก การออกกำลังกายที่ใช้เวลานานควรมีพักดื่มและจิบน้ำบ้างไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดอาการขาดน้ำ เพราะอาจจะมีปัญหาเรื่อง Heatstroke หรือเกิดอาการช็อคเนื่องจากขาดน้ำไปหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกายเอาได้

7. ไม่ Cool Down หลังออกกำลังกาย

หลังจากที่ออกกำลังกายนั้นก็ไม่ควรลืมที่จะ Cool Down ด้วยหลายๆ คนอาจจะออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง จนรู้สึกเหนื่อยทำให้หมดแรงไม่อยากที่จะ Cool Down ต่อ ดังนั้นควรเผื่อแรงและเวลาเอาไว้สำหรับ Cool down ด้วย เป็นการปรับสภาพร่างกายให้เข้าสู่ภาวะปกติที่จะเริ่มไปทำกิจกรรมอย่างอื่นต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และอุณหภูมิ ที่ควรผ่อนช้าลง เย็นลงก่อนนั่นเอง


เครดิตจาก : https://www.vegus666.com/register.html



คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !