> ดีลการค้ายังมีหวัง จีน-สหรัฐฯ คุยกันต่อ “ทรัมป์” รอพบ “สี จิ้นผิง” >> จีนจ่อเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ สูงสุด 25% ตอบโต้ผิดข้อตกลง เกา เฟิง โฆษกกระทรวง แถลงว่า กลยุทธ์รังแกและกดดันถึงขีดสุดของสหรัฐฯ นั้นทำให้การเจรจาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เสื่อมถอยลงอย่างร้ายแรง เมื่อวันพุธ ทรัมป์พุ่งเป้าเล่นงานบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้อีกขั้น ด้วยการลงนามคำสั่งประธานาธิบดีห้ามการซื้อหรือใช้อุปกรณ์จากบริษัทที่ก่อความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือความปลอดภัยของคนอเมริกันอย่างไม่อาจยอมรับได้ เอเอฟพีกล่าวว่า แม้ทำเนียบขาวจะยืนกรานว่าคำสั่งของทรัมป์ไม่ได้มีเป้าหมายที่ประเทศหนึ่งประเทศใดหรือบริษัทใดเป็นการเฉพาะ แต่เชื่อว่าน่าจะมีเป้าหมายที่หัวเว่ย ซึ่งสหรัฐฯ หวั่นเกรงว่าจะตกเป็นเครื่องมือของหน่วยงานข่าวกรองของจีน วันเดียวกัน หัวเว่ยยังตกเป็นเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ โดยตรง ด้วยการขึ้นบัญชีดำห้ามหัวเว่ยใช้ส่วนประกอบจากสหรัฐฯ ในผลิตภัณฑ์ของบริษัท ตั้งแต่โทรศัพท์, อุปกรณ์โทรคมนาคม, ฐานข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ >> สหรัฐฯ สั่งห้าม 6 บริษัทเทคโนโลยีจีน ส่งออกสินค้าอเมริกา >> จีนพร้อมสู้สงครามการค้า ลั่นไม่ใช่คนผิดสัญญา ไม่ยอมถูกกดดันแน่ ทบวงอุตสาหกรรมและความมั่นคง (บีไอเอส) ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีหัวเว่ยและบริษัทในเครือไว้ในรายชื่อบริษัทหรือบุคคลที่ละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน อันส่งผลให้บริษัทของสหรัฐที่ต้องการขายหรือถ่ายโอนเทคโนโลยีของอเมริกันไปยังบริษัทหรือบุคคลที่อยู่ในรายชื่อนี้ต้องขออนุญาตจากบีไอเอสก่อน และบีไอเอสสามารถปฏิเสธได้หากเห็นว่าการขายหรือถ่ายโอนนั้นจะทำร้ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศ เกากล่าวว่า จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ไปยิ่งกว่านี้ “จีนเคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่าประเด็นความมั่นคงแห่งชาติไม่ควรถูกล่วงละเมิด” เขากล่าว ด้านบริษัทหัวเว่ยออกแถลงการณ์ว่า การห้ามอย่างไม่มีเหตุผลของสหรัฐฯ จะละเมิดสิทธิของบริษัทและก่อคำถามร้ายแรงทางกฎหมาย การห้ามหัวเว่ยจากการดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ จะไม่ทำให้สหรัฐฯ ปลอดภัยขึ้นหรือแข็งแกร่งขึ้น แต่กลับจะจำกัดสหรัฐฯ เองให้ต้องใช้ตัวเลือกอื่นที่แพงขึ้น ความขัดแย้งเกี่ยวข้องกับบริษัทหัวเว่ยส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับแคนาดาเช่นกัน เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่า จีนได้จับกุมพลเมืองแคนาดา 2 คน อย่างเป็นทางการแล้ว ฐานต้องสงสัยว่ารวบรวมความลับทางราชการของจีน คดีนี้บานปลายจากเหตุการณ์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ที่แคนาดาจับกุมเมิ่ง หวั่นโจว ผู้บริหารของหัวเว่ยที่เป็นบุตรีผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ ตามคำร้องขอของทางการสหรัฐฯ เพื่อให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนฐานต้องสงสัยว่าละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน ไม่กี่วันต่อมา จีนตอบโต้แคนาดาด้วยการจับกุมไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูตแคนาดาในจีน และไมเคิล สเปเวอร์ นักธุรกิจชาวแคนาดา โดยอ้างกฎหมายความมั่นคง >> แคนาดารวบตัวลูกสาวผู้ก่อตั้ง "หัวเว่ย" เตรียมส่งตัวดำเนินคดีที่สหรัฐ >> จีนโต้กลับ กล่าวหา 2 พลเมืองแคนาดาเป็นสายลับ ขโมยข้อมูลของชาติรัฐบาลจีนเตือนสหรัฐฯ ยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะกระทบสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกัน ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งเมื่อวันพุธ ห้ามบริษัทหัวเว่ยของจีนเข้าตลาดสหรัฐฯ เพิ่มพูนความตึงเครียดทางการค้าที่มีอยู่เดิม ความขัดแย้งกรณีหัวเว่ยยังทำให้ความพยายามรื้อฟื้นการเจรจาทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ อยู่ในภาวะไม่แน่นอน หลังจากทั้งสองฝ่ายเพิ่งขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้กันไปมาเมื่อไม่กี่วันก่อน คำแถลงของกระทรวงพาณิชย์ของจีนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 ปฏิเสธว่า จีนไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับแผนการเจรจาการค้ากันต่อที่กรุงปักกิ่ง หลังจากสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาอาจจะมาเยือนปักกิ่งในอนาคตอันใกล้ >> ทรัมป์เดือดสุดขีด เซ็นออกกฎหมาย สั่งบริษัทมะกันห้ามใช้ "หัวเว่ย" >> ดีลการค้ายังมีหวัง จีน-สหรัฐฯ คุยกันต่อ “ทรัมป์” รอพบ “สี จิ้นผิง” >> จีนจ่อเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ สูงสุด 25% ตอบโต้ผิดข้อตกลง เกา เฟิง โฆษกกระทรวง แถลงว่า กลยุทธ์รังแกและกดดันถึงขีดสุดของสหรัฐฯ นั้นทำให้การเจรจาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เสื่อมถอยลงอย่างร้ายแรง เมื่อวันพุธ ทรัมป์พุ่งเป้าเล่นงานบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้อีกขั้น ด้วยการลงนามคำสั่งประธานาธิบดีห้ามการซื้อหรือใช้อุปกรณ์จากบริษัทที่ก่อความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือความปลอดภัยของคนอเมริกันอย่างไม่อาจยอมรับได้ เอเอฟพีกล่าวว่า แม้ทำเนียบขาวจะยืนกรานว่าคำสั่งของทรัมป์ไม่ได้มีเป้าหมายที่ประเทศหนึ่งประเทศใดหรือบริษัทใดเป็นการเฉพาะ แต่เชื่อว่าน่าจะมีเป้าหมายที่หัวเว่ย ซึ่งสหรัฐฯ หวั่นเกรงว่าจะตกเป็นเครื่องมือของหน่วยงานข่าวกรองของจีน วันเดียวกัน หัวเว่ยยังตกเป็นเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ โดยตรง ด้วยการขึ้นบัญชีดำห้ามหัวเว่ยใช้ส่วนประกอบจากสหรัฐฯ ในผลิตภัณฑ์ของบริษัท ตั้งแต่โทรศัพท์, อุปกรณ์โทรคมนาคม, ฐานข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ >> สหรัฐฯ สั่งห้าม 6 บริษัทเทคโนโลยีจีน ส่งออกสินค้าอเมริกา >> จีนพร้อมสู้สงครามการค้า ลั่นไม่ใช่คนผิดสัญญา ไม่ยอมถูกกดดันแน่ ทบวงอุตสาหกรรมและความมั่นคง (บีไอเอส) ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีหัวเว่ยและบริษัทในเครือไว้ในรายชื่อบริษัทหรือบุคคลที่ละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน อันส่งผลให้บริษัทของสหรัฐที่ต้องการขายหรือถ่ายโอนเทคโนโลยีของอเมริกันไปยังบริษัทหรือบุคคลที่อยู่ในรายชื่อนี้ต้องขออนุญาตจากบีไอเอสก่อน และบีไอเอสสามารถปฏิเสธได้หากเห็นว่าการขายหรือถ่ายโอนนั้นจะทำร้ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศ เกากล่าวว่า จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ไปยิ่งกว่านี้ “จีนเคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่าประเด็นความมั่นคงแห่งชาติไม่ควรถูกล่วงละเมิด” เขากล่าว ด้านบริษัทหัวเว่ยออกแถลงการณ์ว่า การห้ามอย่างไม่มีเหตุผลของสหรัฐฯ จะละเมิดสิทธิของบริษัทและก่อคำถามร้ายแรงทางกฎหมาย การห้ามหัวเว่ยจากการดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ จะไม่ทำให้สหรัฐฯ ปลอดภัยขึ้นหรือแข็งแกร่งขึ้น แต่กลับจะจำกัดสหรัฐฯ เองให้ต้องใช้ตัวเลือกอื่นที่แพงขึ้น ความขัดแย้งเกี่ยวข้องกับบริษัทหัวเว่ยส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับแคนาดาเช่นกัน เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่า จีนได้จับกุมพลเมืองแคนาดา 2 คน อย่างเป็นทางการแล้ว ฐานต้องสงสัยว่ารวบรวมความลับทางราชการของจีน คดีนี้บานปลายจากเหตุการณ์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ที่แคนาดาจับกุมเมิ่ง หวั่นโจว ผู้บริหารของหัวเว่ยที่เป็นบุตรีผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ ตามคำร้องขอของทางการสหรัฐฯ เพื่อให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนฐานต้องสงสัยว่าละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน ไม่กี่วันต่อมา จีนตอบโต้แคนาดาด้วยการจับกุมไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูตแคนาดาในจีน และไมเคิล สเปเวอร์ นักธุรกิจชาวแคนาดา โดยอ้างกฎหมายความมั่นคง >> แคนาดารวบตัวลูกสาวผู้ก่อตั้ง "หัวเว่ย" เตรียมส่งตัวดำเนินคดีที่สหรัฐ >> จีนโต้กลับ กล่าวหา 2 พลเมืองแคนาดาเป็นสายลับ ขโมยข้อมูลของชาติ" /> > ดีลการค้ายังมีหวัง จีน-สหรัฐฯ คุยกันต่อ “ทรัมป์” รอพบ “สี จิ้นผิง” >> จีนจ่อเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ สูงสุด 25% ตอบโต้ผิดข้อตกลง เกา เฟิง โฆษกกระทรวง แถลงว่า กลยุทธ์รังแกและกดดันถึงขีดสุดของสหรัฐฯ นั้นทำให้การเจรจาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เสื่อมถอยลงอย่างร้ายแรง เมื่อวันพุธ ทรัมป์พุ่งเป้าเล่นงานบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้อีกขั้น ด้วยการลงนามคำสั่งประธานาธิบดีห้ามการซื้อหรือใช้อุปกรณ์จากบริษัทที่ก่อความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือความปลอดภัยของคนอเมริกันอย่างไม่อาจยอมรับได้ เอเอฟพีกล่าวว่า แม้ทำเนียบขาวจะยืนกรานว่าคำสั่งของทรัมป์ไม่ได้มีเป้าหมายที่ประเทศหนึ่งประเทศใดหรือบริษัทใดเป็นการเฉพาะ แต่เชื่อว่าน่าจะมีเป้าหมายที่หัวเว่ย ซึ่งสหรัฐฯ หวั่นเกรงว่าจะตกเป็นเครื่องมือของหน่วยงานข่าวกรองของจีน วันเดียวกัน หัวเว่ยยังตกเป็นเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ โดยตรง ด้วยการขึ้นบัญชีดำห้ามหัวเว่ยใช้ส่วนประกอบจากสหรัฐฯ ในผลิตภัณฑ์ของบริษัท ตั้งแต่โทรศัพท์, อุปกรณ์โทรคมนาคม, ฐานข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ >> สหรัฐฯ สั่งห้าม 6 บริษัทเทคโนโลยีจีน ส่งออกสินค้าอเมริกา >> จีนพร้อมสู้สงครามการค้า ลั่นไม่ใช่คนผิดสัญญา ไม่ยอมถูกกดดันแน่ ทบวงอุตสาหกรรมและความมั่นคง (บีไอเอส) ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีหัวเว่ยและบริษัทในเครือไว้ในรายชื่อบริษัทหรือบุคคลที่ละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน อันส่งผลให้บริษัทของสหรัฐที่ต้องการขายหรือถ่ายโอนเทคโนโลยีของอเมริกันไปยังบริษัทหรือบุคคลที่อยู่ในรายชื่อนี้ต้องขออนุญาตจากบีไอเอสก่อน และบีไอเอสสามารถปฏิเสธได้หากเห็นว่าการขายหรือถ่ายโอนนั้นจะทำร้ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศ เกากล่าวว่า จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ไปยิ่งกว่านี้ “จีนเคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่าประเด็นความมั่นคงแห่งชาติไม่ควรถูกล่วงละเมิด” เขากล่าว ด้านบริษัทหัวเว่ยออกแถลงการณ์ว่า การห้ามอย่างไม่มีเหตุผลของสหรัฐฯ จะละเมิดสิทธิของบริษัทและก่อคำถามร้ายแรงทางกฎหมาย การห้ามหัวเว่ยจากการดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ จะไม่ทำให้สหรัฐฯ ปลอดภัยขึ้นหรือแข็งแกร่งขึ้น แต่กลับจะจำกัดสหรัฐฯ เองให้ต้องใช้ตัวเลือกอื่นที่แพงขึ้น ความขัดแย้งเกี่ยวข้องกับบริษัทหัวเว่ยส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับแคนาดาเช่นกัน เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่า จีนได้จับกุมพลเมืองแคนาดา 2 คน อย่างเป็นทางการแล้ว ฐานต้องสงสัยว่ารวบรวมความลับทางราชการของจีน คดีนี้บานปลายจากเหตุการณ์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ที่แคนาดาจับกุมเมิ่ง หวั่นโจว ผู้บริหารของหัวเว่ยที่เป็นบุตรีผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ ตามคำร้องขอของทางการสหรัฐฯ เพื่อให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนฐานต้องสงสัยว่าละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน ไม่กี่วันต่อมา จีนตอบโต้แคนาดาด้วยการจับกุมไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูตแคนาดาในจีน และไมเคิล สเปเวอร์ นักธุรกิจชาวแคนาดา โดยอ้างกฎหมายความมั่นคง >> แคนาดารวบตัวลูกสาวผู้ก่อตั้ง "หัวเว่ย" เตรียมส่งตัวดำเนินคดีที่สหรัฐ >> จีนโต้กลับ กล่าวหา 2 พลเมืองแคนาดาเป็นสายลับ ขโมยข้อมูลของชาติรัฐบาลจีนเตือนสหรัฐฯ ยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะกระทบสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกัน ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งเมื่อวันพุธ ห้ามบริษัทหัวเว่ยของจีนเข้าตลาดสหรัฐฯ เพิ่มพูนความตึงเครียดทางการค้าที่มีอยู่เดิม ความขัดแย้งกรณีหัวเว่ยยังทำให้ความพยายามรื้อฟื้นการเจรจาทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ อยู่ในภาวะไม่แน่นอน หลังจากทั้งสองฝ่ายเพิ่งขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้กันไปมาเมื่อไม่กี่วันก่อน คำแถลงของกระทรวงพาณิชย์ของจีนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 ปฏิเสธว่า จีนไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับแผนการเจรจาการค้ากันต่อที่กรุงปักกิ่ง หลังจากสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาอาจจะมาเยือนปักกิ่งในอนาคตอันใกล้ >> ทรัมป์เดือดสุดขีด เซ็นออกกฎหมาย สั่งบริษัทมะกันห้ามใช้ "หัวเว่ย" >> ดีลการค้ายังมีหวัง จีน-สหรัฐฯ คุยกันต่อ “ทรัมป์” รอพบ “สี จิ้นผิง” >> จีนจ่อเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ สูงสุด 25% ตอบโต้ผิดข้อตกลง เกา เฟิง โฆษกกระทรวง แถลงว่า กลยุทธ์รังแกและกดดันถึงขีดสุดของสหรัฐฯ นั้นทำให้การเจรจาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เสื่อมถอยลงอย่างร้ายแรง เมื่อวันพุธ ทรัมป์พุ่งเป้าเล่นงานบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้อีกขั้น ด้วยการลงนามคำสั่งประธานาธิบดีห้ามการซื้อหรือใช้อุปกรณ์จากบริษัทที่ก่อความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือความปลอดภัยของคนอเมริกันอย่างไม่อาจยอมรับได้ เอเอฟพีกล่าวว่า แม้ทำเนียบขาวจะยืนกรานว่าคำสั่งของทรัมป์ไม่ได้มีเป้าหมายที่ประเทศหนึ่งประเทศใดหรือบริษัทใดเป็นการเฉพาะ แต่เชื่อว่าน่าจะมีเป้าหมายที่หัวเว่ย ซึ่งสหรัฐฯ หวั่นเกรงว่าจะตกเป็นเครื่องมือของหน่วยงานข่าวกรองของจีน วันเดียวกัน หัวเว่ยยังตกเป็นเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ โดยตรง ด้วยการขึ้นบัญชีดำห้ามหัวเว่ยใช้ส่วนประกอบจากสหรัฐฯ ในผลิตภัณฑ์ของบริษัท ตั้งแต่โทรศัพท์, อุปกรณ์โทรคมนาคม, ฐานข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ >> สหรัฐฯ สั่งห้าม 6 บริษัทเทคโนโลยีจีน ส่งออกสินค้าอเมริกา >> จีนพร้อมสู้สงครามการค้า ลั่นไม่ใช่คนผิดสัญญา ไม่ยอมถูกกดดันแน่ ทบวงอุตสาหกรรมและความมั่นคง (บีไอเอส) ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีหัวเว่ยและบริษัทในเครือไว้ในรายชื่อบริษัทหรือบุคคลที่ละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน อันส่งผลให้บริษัทของสหรัฐที่ต้องการขายหรือถ่ายโอนเทคโนโลยีของอเมริกันไปยังบริษัทหรือบุคคลที่อยู่ในรายชื่อนี้ต้องขออนุญาตจากบีไอเอสก่อน และบีไอเอสสามารถปฏิเสธได้หากเห็นว่าการขายหรือถ่ายโอนนั้นจะทำร้ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศ เกากล่าวว่า จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ไปยิ่งกว่านี้ “จีนเคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่าประเด็นความมั่นคงแห่งชาติไม่ควรถูกล่วงละเมิด” เขากล่าว ด้านบริษัทหัวเว่ยออกแถลงการณ์ว่า การห้ามอย่างไม่มีเหตุผลของสหรัฐฯ จะละเมิดสิทธิของบริษัทและก่อคำถามร้ายแรงทางกฎหมาย การห้ามหัวเว่ยจากการดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ จะไม่ทำให้สหรัฐฯ ปลอดภัยขึ้นหรือแข็งแกร่งขึ้น แต่กลับจะจำกัดสหรัฐฯ เองให้ต้องใช้ตัวเลือกอื่นที่แพงขึ้น ความขัดแย้งเกี่ยวข้องกับบริษัทหัวเว่ยส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับแคนาดาเช่นกัน เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่า จีนได้จับกุมพลเมืองแคนาดา 2 คน อย่างเป็นทางการแล้ว ฐานต้องสงสัยว่ารวบรวมความลับทางราชการของจีน คดีนี้บานปลายจากเหตุการณ์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ที่แคนาดาจับกุมเมิ่ง หวั่นโจว ผู้บริหารของหัวเว่ยที่เป็นบุตรีผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ ตามคำร้องขอของทางการสหรัฐฯ เพื่อให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนฐานต้องสงสัยว่าละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน ไม่กี่วันต่อมา จีนตอบโต้แคนาดาด้วยการจับกุมไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูตแคนาดาในจีน และไมเคิล สเปเวอร์ นักธุรกิจชาวแคนาดา โดยอ้างกฎหมายความมั่นคง >> แคนาดารวบตัวลูกสาวผู้ก่อตั้ง "หัวเว่ย" เตรียมส่งตัวดำเนินคดีที่สหรัฐ >> จีนโต้กลับ กล่าวหา 2 พลเมืองแคนาดาเป็นสายลับ ขโมยข้อมูลของชาติ" />
กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

จีนเดือด “ทรัมป์” ขึ้นบัญชีดำหัวเว่ย เตือนกระทบสัมพันธ์ให้แย่ลง

โพสต์เมื่อ 17 พ.ค. 62 13:54:22 | 13


จีนเดือด “ทรัมป์” ขึ้นบัญชีดำหัวเว่ย เตือนกระทบสัมพันธ์ให้แย่ลง

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย xyz0 เมื่อ 17 พ.ค. 62 13:54:22 จาก URL นี้ : https://www.vegus666.com/promotion.html

จีนเดือด “ทรัมป์” ขึ้นบัญชีดำหัวเว่ย เตือนกระทบสัมพันธ์ให้แย่ลง
จีนเดือด “ทรัมป์” ขึ้นบัญชีดำหัวเว่ย เตือนกระทบสัมพันธ์ให้แย่ลง

จีนเดือด “ทรัมป์” ขึ้นบัญชีดำหัวเว่ย เตือนกระทบสัมพันธ์ให้แย่ลง

โพสต์โดย xyz0 เมื่อ 17 พ.ค. 62 13:54:22


รัฐบาลจีนเตือนสหรัฐฯ ยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะกระทบสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกัน ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งเมื่อวันพุธ ห้ามบริษัทหัวเว่ยของจีนเข้าตลาดสหรัฐฯ เพิ่มพูนความตึงเครียดทางการค้าที่มีอยู่เดิม

ความขัดแย้งกรณีหัวเว่ยยังทำให้ความพยายามรื้อฟื้นการเจรจาทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ อยู่ในภาวะไม่แน่นอน หลังจากทั้งสองฝ่ายเพิ่งขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้กันไปมาเมื่อไม่กี่วันก่อน คำแถลงของกระทรวงพาณิชย์ของจีนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 ปฏิเสธว่า จีนไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับแผนการเจรจาการค้ากันต่อที่กรุงปักกิ่ง หลังจากสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาอาจจะมาเยือนปักกิ่งในอนาคตอันใกล้

>> ทรัมป์เดือดสุดขีด เซ็นออกกฎหมาย สั่งบริษัทมะกันห้ามใช้ "หัวเว่ย"

>> ดีลการค้ายังมีหวัง จีน-สหรัฐฯ คุยกันต่อ “ทรัมป์” รอพบ “สี จิ้นผิง”

>> จีนจ่อเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ สูงสุด 25% ตอบโต้ผิดข้อตกลง

เกา เฟิง โฆษกกระทรวง แถลงว่า กลยุทธ์รังแกและกดดันถึงขีดสุดของสหรัฐฯ นั้นทำให้การเจรจาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เสื่อมถอยลงอย่างร้ายแรง

เมื่อวันพุธ ทรัมป์พุ่งเป้าเล่นงานบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้อีกขั้น ด้วยการลงนามคำสั่งประธานาธิบดีห้ามการซื้อหรือใช้อุปกรณ์จากบริษัทที่ก่อความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือความปลอดภัยของคนอเมริกันอย่างไม่อาจยอมรับได้

เอเอฟพีกล่าวว่า แม้ทำเนียบขาวจะยืนกรานว่าคำสั่งของทรัมป์ไม่ได้มีเป้าหมายที่ประเทศหนึ่งประเทศใดหรือบริษัทใดเป็นการเฉพาะ แต่เชื่อว่าน่าจะมีเป้าหมายที่หัวเว่ย ซึ่งสหรัฐฯ หวั่นเกรงว่าจะตกเป็นเครื่องมือของหน่วยงานข่าวกรองของจีน

วันเดียวกัน หัวเว่ยยังตกเป็นเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ โดยตรง ด้วยการขึ้นบัญชีดำห้ามหัวเว่ยใช้ส่วนประกอบจากสหรัฐฯ ในผลิตภัณฑ์ของบริษัท ตั้งแต่โทรศัพท์, อุปกรณ์โทรคมนาคม, ฐานข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

>> สหรัฐฯ สั่งห้าม 6 บริษัทเทคโนโลยีจีน ส่งออกสินค้าอเมริกา

>> จีนพร้อมสู้สงครามการค้า ลั่นไม่ใช่คนผิดสัญญา ไม่ยอมถูกกดดันแน่

ทบวงอุตสาหกรรมและความมั่นคง (บีไอเอส) ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีหัวเว่ยและบริษัทในเครือไว้ในรายชื่อบริษัทหรือบุคคลที่ละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน อันส่งผลให้บริษัทของสหรัฐที่ต้องการขายหรือถ่ายโอนเทคโนโลยีของอเมริกันไปยังบริษัทหรือบุคคลที่อยู่ในรายชื่อนี้ต้องขออนุญาตจากบีไอเอสก่อน และบีไอเอสสามารถปฏิเสธได้หากเห็นว่าการขายหรือถ่ายโอนนั้นจะทำร้ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศ

เกากล่าวว่า จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ไปยิ่งกว่านี้ “จีนเคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่าประเด็นความมั่นคงแห่งชาติไม่ควรถูกล่วงละเมิด” เขากล่าว

ด้านบริษัทหัวเว่ยออกแถลงการณ์ว่า การห้ามอย่างไม่มีเหตุผลของสหรัฐฯ จะละเมิดสิทธิของบริษัทและก่อคำถามร้ายแรงทางกฎหมาย การห้ามหัวเว่ยจากการดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ จะไม่ทำให้สหรัฐฯ ปลอดภัยขึ้นหรือแข็งแกร่งขึ้น แต่กลับจะจำกัดสหรัฐฯ เองให้ต้องใช้ตัวเลือกอื่นที่แพงขึ้น

ความขัดแย้งเกี่ยวข้องกับบริษัทหัวเว่ยส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับแคนาดาเช่นกัน เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่า จีนได้จับกุมพลเมืองแคนาดา 2 คน อย่างเป็นทางการแล้ว ฐานต้องสงสัยว่ารวบรวมความลับทางราชการของจีน

คดีนี้บานปลายจากเหตุการณ์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ที่แคนาดาจับกุมเมิ่ง หวั่นโจว ผู้บริหารของหัวเว่ยที่เป็นบุตรีผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ ตามคำร้องขอของทางการสหรัฐฯ เพื่อให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนฐานต้องสงสัยว่าละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน ไม่กี่วันต่อมา จีนตอบโต้แคนาดาด้วยการจับกุมไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูตแคนาดาในจีน และไมเคิล สเปเวอร์ นักธุรกิจชาวแคนาดา โดยอ้างกฎหมายความมั่นคง

>> แคนาดารวบตัวลูกสาวผู้ก่อตั้ง "หัวเว่ย" เตรียมส่งตัวดำเนินคดีที่สหรัฐ

>> จีนโต้กลับ กล่าวหา 2 พลเมืองแคนาดาเป็นสายลับ ขโมยข้อมูลของชาติรัฐบาลจีนเตือนสหรัฐฯ ยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจะกระทบสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกัน ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งเมื่อวันพุธ ห้ามบริษัทหัวเว่ยของจีนเข้าตลาดสหรัฐฯ เพิ่มพูนความตึงเครียดทางการค้าที่มีอยู่เดิม

ความขัดแย้งกรณีหัวเว่ยยังทำให้ความพยายามรื้อฟื้นการเจรจาทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ อยู่ในภาวะไม่แน่นอน หลังจากทั้งสองฝ่ายเพิ่งขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้กันไปมาเมื่อไม่กี่วันก่อน คำแถลงของกระทรวงพาณิชย์ของจีนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 ปฏิเสธว่า จีนไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับแผนการเจรจาการค้ากันต่อที่กรุงปักกิ่ง หลังจากสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาอาจจะมาเยือนปักกิ่งในอนาคตอันใกล้

>> ทรัมป์เดือดสุดขีด เซ็นออกกฎหมาย สั่งบริษัทมะกันห้ามใช้ "หัวเว่ย"

>> ดีลการค้ายังมีหวัง จีน-สหรัฐฯ คุยกันต่อ “ทรัมป์” รอพบ “สี จิ้นผิง”

>> จีนจ่อเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ สูงสุด 25% ตอบโต้ผิดข้อตกลง

เกา เฟิง โฆษกกระทรวง แถลงว่า กลยุทธ์รังแกและกดดันถึงขีดสุดของสหรัฐฯ นั้นทำให้การเจรจาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เสื่อมถอยลงอย่างร้ายแรง

เมื่อวันพุธ ทรัมป์พุ่งเป้าเล่นงานบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้อีกขั้น ด้วยการลงนามคำสั่งประธานาธิบดีห้ามการซื้อหรือใช้อุปกรณ์จากบริษัทที่ก่อความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือความปลอดภัยของคนอเมริกันอย่างไม่อาจยอมรับได้

เอเอฟพีกล่าวว่า แม้ทำเนียบขาวจะยืนกรานว่าคำสั่งของทรัมป์ไม่ได้มีเป้าหมายที่ประเทศหนึ่งประเทศใดหรือบริษัทใดเป็นการเฉพาะ แต่เชื่อว่าน่าจะมีเป้าหมายที่หัวเว่ย ซึ่งสหรัฐฯ หวั่นเกรงว่าจะตกเป็นเครื่องมือของหน่วยงานข่าวกรองของจีน

วันเดียวกัน หัวเว่ยยังตกเป็นเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ โดยตรง ด้วยการขึ้นบัญชีดำห้ามหัวเว่ยใช้ส่วนประกอบจากสหรัฐฯ ในผลิตภัณฑ์ของบริษัท ตั้งแต่โทรศัพท์, อุปกรณ์โทรคมนาคม, ฐานข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ

>> สหรัฐฯ สั่งห้าม 6 บริษัทเทคโนโลยีจีน ส่งออกสินค้าอเมริกา

>> จีนพร้อมสู้สงครามการค้า ลั่นไม่ใช่คนผิดสัญญา ไม่ยอมถูกกดดันแน่

ทบวงอุตสาหกรรมและความมั่นคง (บีไอเอส) ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีหัวเว่ยและบริษัทในเครือไว้ในรายชื่อบริษัทหรือบุคคลที่ละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน อันส่งผลให้บริษัทของสหรัฐที่ต้องการขายหรือถ่ายโอนเทคโนโลยีของอเมริกันไปยังบริษัทหรือบุคคลที่อยู่ในรายชื่อนี้ต้องขออนุญาตจากบีไอเอสก่อน และบีไอเอสสามารถปฏิเสธได้หากเห็นว่าการขายหรือถ่ายโอนนั้นจะทำร้ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศ

เกากล่าวว่า จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ไปยิ่งกว่านี้ “จีนเคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่าประเด็นความมั่นคงแห่งชาติไม่ควรถูกล่วงละเมิด” เขากล่าว

ด้านบริษัทหัวเว่ยออกแถลงการณ์ว่า การห้ามอย่างไม่มีเหตุผลของสหรัฐฯ จะละเมิดสิทธิของบริษัทและก่อคำถามร้ายแรงทางกฎหมาย การห้ามหัวเว่ยจากการดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ จะไม่ทำให้สหรัฐฯ ปลอดภัยขึ้นหรือแข็งแกร่งขึ้น แต่กลับจะจำกัดสหรัฐฯ เองให้ต้องใช้ตัวเลือกอื่นที่แพงขึ้น

ความขัดแย้งเกี่ยวข้องกับบริษัทหัวเว่ยส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับแคนาดาเช่นกัน เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่า จีนได้จับกุมพลเมืองแคนาดา 2 คน อย่างเป็นทางการแล้ว ฐานต้องสงสัยว่ารวบรวมความลับทางราชการของจีน

คดีนี้บานปลายจากเหตุการณ์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ที่แคนาดาจับกุมเมิ่ง หวั่นโจว ผู้บริหารของหัวเว่ยที่เป็นบุตรีผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ ตามคำร้องขอของทางการสหรัฐฯ เพื่อให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนฐานต้องสงสัยว่าละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่าน ไม่กี่วันต่อมา จีนตอบโต้แคนาดาด้วยการจับกุมไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูตแคนาดาในจีน และไมเคิล สเปเวอร์ นักธุรกิจชาวแคนาดา โดยอ้างกฎหมายความมั่นคง

>> แคนาดารวบตัวลูกสาวผู้ก่อตั้ง "หัวเว่ย" เตรียมส่งตัวดำเนินคดีที่สหรัฐ

>> จีนโต้กลับ กล่าวหา 2 พลเมืองแคนาดาเป็นสายลับ ขโมยข้อมูลของชาติ


เครดิตจาก : https://www.vegus666.com/promotion.html



คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
แอพแรกที่คุณเลือก
คลิปวิดีโอน่าสนใจอื่นๆ