กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

มาช่วยกันปลุก "สวนราชพฤกษ์" ให้ตื่นจากความเงียบเหงานานกว่า 10 ปี กันเถอะ !

โพสต์เมื่อ 6 พ.ค. 62 20:03:39 | 13


มาช่วยกันปลุก "สวนราชพฤกษ์" ให้ตื่นจากความเงียบเหงานานกว่า 10 ปี กันเถอะ !

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย prmans เมื่อ 6 พ.ค. 62 20:03:39

มาช่วยกันปลุก
มาช่วยกันปลุก "สวนราชพฤกษ์" ให้ตื่นจากความเงียบเหงานานกว่า 10 ปี กันเถอะ !
มาช่วยกันปลุก
มาช่วยกันปลุก "สวนราชพฤกษ์" ให้ตื่นจากความเงียบเหงานานกว่า 10 ปี กันเถอะ !
มาช่วยกันปลุก
มาช่วยกันปลุก "สวนราชพฤกษ์" ให้ตื่นจากความเงียบเหงานานกว่า 10 ปี กันเถอะ !
มาช่วยกันปลุก
มาช่วยกันปลุก "สวนราชพฤกษ์" ให้ตื่นจากความเงียบเหงานานกว่า 10 ปี กันเถอะ !
มาช่วยกันปลุก
มาช่วยกันปลุก "สวนราชพฤกษ์" ให้ตื่นจากความเงียบเหงานานกว่า 10 ปี กันเถอะ !
มาช่วยกันปลุก
มาช่วยกันปลุก "สวนราชพฤกษ์" ให้ตื่นจากความเงียบเหงานานกว่า 10 ปี กันเถอะ !
มาช่วยกันปลุก
มาช่วยกันปลุก "สวนราชพฤกษ์" ให้ตื่นจากความเงียบเหงานานกว่า 10 ปี กันเถอะ !

มาช่วยกันปลุก "สวนราชพฤกษ์" ให้ตื่นจากความเงียบเหงานานกว่า 10 ปี กันเถอะ !

โพสต์โดย prmans เมื่อ 6 พ.ค. 62 20:03:39


"อุทยานหลวงราชพฤกษ์" จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของชาวเชียงใหม่ และนักท่องเทียวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยได้จัดสร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ใน พ.ศ.2549 และทรงเจริญพระชนมายุ  80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และคณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2546 เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2549 ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (พื้นที่ 468 ไร่ 3 งาน 10 ตารางวา) โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2550 รวม 92 วัน ภายใต้ชื่อ “มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549” ซึ่งเป็นงานที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

ช่วงหลังจากความสำเร็จของการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ที่ได้รับการตอบรับทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างดี คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2551 ให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เข้ามาบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการและปฏิบัติงานด้านต่างๆ มีภารกิจหลักในการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้พืชสวนครัวและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรและวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทย

ถึงแม้ในปัจจุบันอุทยานหลวงราชพฤกษ์แห่งนี้กลับกลายเป็นสถานที่ที่เงียบเหงา เพราะปัจจุบันการจัดกิจกรรมต่างๆ ในระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับจังหวัดมีสถานที่ในการจัดงานมากขึ้น จึงทำให้พื้นที่ของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ไม่ได้รับการใช้พื้นที่ในการทำกิจกรรมต่างๆเท่าที่ควร แต่ก็ยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังให้ความสนใจและเข้าชมความงามของหอคำหลวง พืชพรรณดอกไม้นานาพรรณในนั้น  และมีบางส่วนที่ใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกายในช่วงเช้าและช่วงเย็นของประชาชนที่ในพื้นที่เท่านั้นซึ่งอาจจะมีหลายปัจจัยที่ทำให้ผู้คนไม่ค่อยเที่ยวที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์เหมือนแต่ก่อน เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อยู่ตลอดเวลา รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีมากขึ้น ทำให้มีตัวเลือกมากมายในการท่องเที่ยวแบบใหม่ของผู้คนในยุคนี้ ที่หันไปสนใจการท่องเที่ยวและกิจกรรมบนดอยที่มีอากาศดีกว่า หรือการเดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้า ซึ่งสาเหตุหลักๆ อาจจะเป็นเรื่องความชื่นชอบที่เปลี่ยนไปของแต่ละคน การเดินทางที่สะดวก และความต้องการที่ต่างกันไป

จากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการร้านค้าบริเวณอุทยานหลวงราชพฤกษ์ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า “ในอุทยานราชพฤกษ์นี้ไม่มีจุดดึงดูดความน่าสนใจเหมือนแต่ก่อน ซึ่งเมื่อก่อนก็จะมีชิงช้าสวรรค์ใหญ่ ที่ขึ้นไปแล้วสามารถเห็นวิวได้ทั่วทั้งบริเวณที่จัดกิจกรรม เพราะนั้นคือสิ่งที่เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวได้เห็นภาพในมุมมองที่แตกต่าง แต่ถ้าเราลองนำสิ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันมาเป็นกิจกรรมน่าจะได้รับการตอบรับดีเหมือนแต่ก่อน ส่วนเรื่องการค้าขายนั้นยอดขายลดลงไปมากเพราะเนื่องด้วยผู้คนมาเที่ยวกันน้อยจึงทำให้รายได้ในหนึ่งวันไม่ได้มากมายนัก”

ส่วนนักท่องเที่ยวรายหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นกับทางทีมข่าวของเราเรื่องอนาคตข้างหน้าของอุทยานหลวงราชพฤกษ์ว่า อยากให้อุทยานหลวงราชพฤกษ์กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง อยากให้มีกิจกรรมที่ดึงดูดความสนใจให้นักท่องเที่ยวอยากมาเที่ยว มาเห็น มาชม เช่นปัจจุบันคนชอบเซลฟี่ ถ่ายรูปลงสื่อโซเซียล ควรมีกิจกรรมถ่ายรูปด้วยชุดเครื่องแต่งกายพื้นเมืองในจุดต่างๆ ของบริเวณอุทยานหลวงหรือหอคำหลวง เป็นต้น เพราะนั่นจะเป็นช่องทางที่ผู้คนจะช่วยกันประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ ให้กับพวกเราได้ ถ้าหากเราไม่หากิจกรรมหรือสิ่งที่น่าสนใจมาดึงดูดนักท่องเที่ยว สวนราชพฤกษ์ก็จะต้องเงียบเหงาอยู่อย่างนี้ต่อไป

ทางอุทยานหลวงราชพฤกษ์แห่งนี้ ยังมีการเปิดให้เช่าพื้นที่จัดงานแสดงหรืองานสังสรรค์ขององค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะระดับจังหวัดหรือระดับภูมิภาค ที่มีให้เลือกจัดทั้งในอาคารและสถานที่โล่งแจ้งหรือบริเวณอื่นๆ ตามความเหมาะสมของรูปแบบการจัดงาน เพราะเป็นสถานที่ที่ใช้จัดงานระดับประเทศมาแล้วจึงมีพื้นที่รองรับในการจัดงานขนาดเล็กไปจนถึงใหญ่ได้ นอกจากนี้ยังมีกองถ่ายละครเข้ามาขอใช้สถานที่ในการถ่ายทำอยู่เสมอ ซึ่งนั่นก็เป็นการช่วยกระตุ้นทำให้ประชาชนนั้นหันมาให้ความสนใจความงดงามของอุทยานราชพฤกษ์แห่งนี้ และทำให้อุทยานหลวงราชพฤกษ์กลับมาครึกครื้นละมีชีวิตชีวาอีกครั้ง สำหรับผู้ที่สนใจชมอุทยานสวนหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ก็ยังคงเปิดให้บริการตามปกติทุกวันเวลา 08.00 น. -18.00 น.

เรื่อง/ภาพ : นางสาวณภัทรสร บุญตันบุตร และนายพลากร ศรีแก้ว นักศึกษาวิชาการสื่อข่าวและการเขียนข่าว ภาคเสาร์-อาทิตย์ ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่




คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !