กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion

โพสต์เมื่อ 14 ธ.ค. 61 16:54:33 | 13


​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย prmans เมื่อ 14 ธ.ค. 61 16:54:33

​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion
​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion
​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion
​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion
​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion
​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion
​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion
​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion
​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion
​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion
​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion
​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion

​SACICT หนุนแฟชั่นนิสต้า เลิกตามกระแส Fast Fashion

โพสต์โดย prmans เมื่อ 14 ธ.ค. 61 16:54:33


แฟชั่นนิสต้าสังเกตกันหรือไม่ว่าโลกของแฟชั่นในปัจจุบันหมุนเร็วมากขึ้น เพราะรันเวย์ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชอบซื้อเสื้อผ้าในราคาย่อมเยา ซื้อใส่ครั้งเดียวทิ้งแบบไม่เสียดาย สนุกไปกับการแต่งตัวที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ กลายเป็นแฟชั่นรวดเร็ว หรือแฟชั่นแบบด่วน ๆ (Fast Fashion) คนยุคใหม่ติดนิสัยเบื่อง่าย ตามแฟชั่น ซื้อเร็ว เปลี่ยนเร็ว อุตสาหกรรมแฟชั่นก็ปรับตัวตามแบรนด์ชั้นนำหลั่งไหลถาโถมเข้ามาในบ้านเรากันอย่างคึกคัก ต่างแข่งขันกันเร่งสปีดความเร็ว ขยันออกแบบเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ ๆ เพื่อเอาใจขาช๊อปจากแต่เดิม สินค้าแฟชั่น อาจมีเพียง 3-4 ฤดูกาลหลักเท่านั้น

แต่ทุกวันนี้อาจมีมากถึง 6-8 ฤดูกาล และยังไม่นับคอลเลคชั่นย่อยๆ ที่ถูกเพิ่มเข้าไปในทุกๆสองสัปดาห์ การปรับเปลี่ยนดิสเพลย์สินค้าหน้าร้าน และการหมุนเวียนสับเปลี่ยนการจัดวางสินค้าในร้านทุกๆสัปดาห์ เพื่อให้มีความสดใหม่และสร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้า แต่ทราบหรือไม่ว่าการผลิตเสื้อหนึ่งตัวส่งผลกระทบต่อสังคมและโลกใบนี้อย่างคาดไม่ถึง ในอุตสาหกรรมสิ่งทอเริ่มจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ตั้งแต่กระบวนปลูก ฟอก ย้อมเส้นใยไปโรงงานผลิต ตัดเย็บ ตลาด ขนส่ง จัดจำหน่ายจนถึงมือผู้บริโภคนั้น เกิดการสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติและเผาผลาญพลังงานมหาศาล มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างมลพิษอย่างต่อเนื่อง เมื่อคนซื้อเสื้อผ้าบ่อยขึ้นก็ขนส่งกันถี่ขึ้น นำมาสู่ทำลายโลกและสิ่งแวดล้อมไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว นอกจากนี้การขยันซื้อข้าวของใหม่ตลอดเวลาทำให้เสื้อผ้าเก่ากลายเป็นขยะ ที่สำคัญยังกลายเป็นขยะพิษที่มาจากสารย้อม สารฟอกขาว และสารเคมีอื่น ๆ แถมยังย่อยสลายได้ยาก สามารถปนเปื้อนในน้ำ ดิน อากาศ กลับมาทำร้ายผู้บริโภคอีกโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งการแข่งขันอย่างดุเดือดของ Fast Fashion ทำให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบนำมาสู่ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT กล่าวว่า ประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียมียอดขายของแบรนด์ Fast Fashion เติบโตมากกว่า 100% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคซึ่งเป็นชนชั้นกลางมีจำนวนและกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ประกอบกับปัจจัยด้านการตลาดที่เกื้อหนุน แคมเปญการตลาดผ่านสื่อต่าง ๆ ประสบความสำเร็จอย่างดี ทั้งงานอีเว้นท์แฟชั่นโชว์ ภาพถ่ายโฆษณาสินค้า หรือประชาสัมพันธ์ผ่านดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งล้วนแล้วแต่จูงใจให้ผู้บริโภคซื้อตาม ดังนั้น Fast Fashionจึงอาจดูเหมือนเป็นสินค้าที่สวยเก๋ ทันสมัย และราคาถูก แต่ข้อด้อยคือ เมื่อราคานั้นถูกลงก็ส่งผลให้คุณภาพของสินค้านั้นต่ำลงด้วย และส่งผลให้ผู้บริโภคต้องซื้อสินค้าใหม่มาหมุนเวียนบ่อยขึ้น เพิ่มอัตราการจับจ่ายและปริมาณขยะมากขึ้นไปด้วย และเมื่อกดราคาสินค้าให้ต่ำ จึงต้องลดต้นทุนการผลิต อาจเกิดปัญหากดค่าแรงหรือใช้แรงงานเด็กประกอบกับในกระบวนการผลิตมีการใช้สารเคมีในปริมาณที่สูงส่งผลกระทบโดยตรงกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมการปนเปื้อนสารตะกั่วอาจเกิดขึ้นได้ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การใช้สารฆ่าแมลงและปราบศัตรูพืชในแปลงปลูก ไปจนถึงการผสมสารทนไฟในช่วงผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูป

อีกทั้งเสื้อผ้าทุกวันนี้ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของเส้นใยสังเคราะห์จากปิโตรเลียม ซึ่งต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการย่อยสลาย และFast Fashion ยังส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคกระตุ้นให้ซื้อเสื้อผ้าใหม่บ่อยขึ้น มากขึ้น แต่กลับมีการใช้งานที่น้อยลง

"จะดีกว่าหรือไม่หากผู้บริโภคเลิกวิ่งตาม Fast Fashion หันกลับไปหาแฟชั่นในแบบที่เราอยากแต่งและใช้งานได้จริง ๆและอยู่ไปกับเราได้นานๆเป็นเสื้อผ้าชิ้นโปรดที่เราหยิบมาใส่ได้สม่ำเสมอ และยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยโลกให้กลับมาสดใสอีกครั้ง”




คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
แอพแรกที่คุณเลือก
คลิปวิดีโอน่าสนใจอื่นๆ