กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก

​"สื่อออนไลน์" ไม่น่ากลัวเท่า "สื่อมวลชน"

โพสต์เมื่อ 14 ธ.ค. 61 14:00:01 | 7


​"สื่อออนไลน์" ไม่น่ากลัวเท่า "สื่อมวลชน"

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย prmans เมื่อ 14 ธ.ค. 61 14:00:01

​
​"สื่อออนไลน์" ไม่น่ากลัวเท่า "สื่อมวลชน"

​"สื่อออนไลน์" ไม่น่ากลัวเท่า "สื่อมวลชน"

โพสต์โดย prmans เมื่อ 14 ธ.ค. 61 14:00:01


ทุกวันนี้ในโลกของความจริงทุกคนในสังคมมักจะให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์มากที่สุด จึงทำให้ความสำคัญของสื่อหลักอย่างหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ถูกลดบทบาทลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่วงการโฆษณายังเลือกที่จะใช้สื่อออนไลน์เป็นสื่อหลักแทน อันเนื่องมาจากหลายปัจจัยแต่เหตุผลสำคัญที่สุดคือเพื่อลดต้นทุนให้มากที่สุดเพราะผลจากพฤติกรรมการบริโภคและเปิดรับสื่อของคนในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป ในมือของผู้บริโภคพร้อมที่จะแชท แชร์ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นได้ตลอดเวลา และสามารถกระจายไปได้ไวดั่งไวรัส (Viral) ดังนั้นทุกคนจึงพูดได้เต็มปากว่า "สื่อออนไลน์แม้จะมีพลังอย่างมากแต่ก็อันตรายพอๆ กัน"

แม้ตอนแรกผู้เขียนจะเห็นด้วยกับข้อความนี้ แต่ปัจจุบันมีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปทำให้แนวคิดเปลี่ยนตาม มีมุมมองใหม่เกิดขึ้นตามสถานการณ์ที่ได้พบเห็นจากข่าวต่างๆ ในทุกวันนี้สื่อออนไลน์ไม่ได้เกิดขึ้นเอง เพียงแต่กระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสื่อออนไลน์นั้นล้วนแล้วแต่เกิดจากน้ำหมึกและแป้นพิมพ์ของสื่อมวลชนทั้งสิ้น

สื่อมวลชนมี "สื่อ" อยู่ในมืออยู่แล้ว จึงใช้สิทธิของตนเองตามเสรีภาพของการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนอย่างเต็มพิกัด มีหน้าที่ในการสอดส่อง ตรวจสอบเหตุการณ์ หรือเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม แต่ปัจจุบันสื่อมวลชนมักใช้เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารต่างๆ ไปกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของคนกลุ่มที่มักได้รับความสนใจจากสังคม คือบุคคลที่อยู่ในแวดวงบันเทิง หรือ "คนบันเทิง" นั่นเอง ทั้งนี้ไม่อาจกล่าวได้ชัดเจนว่าเป็นเพราะต้องการจุดกระแสเพื่อผลทางการตลาด หรือความรู้สึกส่วนตัวของสื่อกันแน่ แต่ในฐานะผู้ที่มองดูและใช้หลักวิชาการมาวิเคราะห์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสองปัจจัยหรืออาจจะมีมากกว่านั้น เพราะการนำเสนอข่าวในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากกว่าแต่เดิมที่มีเพียงการนำเสนอตามข้อเท็จจริงเป็นหลัก

หากสื่อมวลชนกับคนบันเทิงมีความผูกพันแบบคู่รักกันคงไม่มีอะไรต้องกังวล แต่หากเป็นคู่ปรับหรือคู่ที่ไม่ส่งเสริมกันและกันคงต้องคิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบ ว่าจะแสดงพฤติกรรมอย่างไรออกมาอย่างมีสติ ซึ่งผลของพฤติกรรมต่างๆ ถูกใช้เป็นตัวกำหนดให้สื่อมวลชนกำหนด "วาระแห่งชาติ" ที่จะนำเสนอข่าวนั้นๆ เพื่อสร้างกระแสให้เกิดขึ้น เพราะต้องการขายข่าวให้มากที่สุด โดยเฉพาะการนำเสนอผ่านสื่อออนไลน์นั้น หวังเพียงแค่การแชร์ข่าวและแสดงความคิดเห็นในหลายๆ มุมมองของผู้อ่านเป็นสำคัญ บางครั้งนักข่าวมักยิงคำถามที่สร้างความลำบากใจในการตอบ โดยเฉพาะการถามแบบไล่ต้อนให้จนมุมแล้วนำท่าทีที่ถูกต้อนจนไม่สามารถตั้งสติได้ไปนำเสนอและขยายข่าวจนทำให้เกิดความอับอาย ซึ่งบางครั้งเราจะเห็นว่าคนบันเทิงนั้นขาดสติในการตอบคำถาม(อารมณ์เสียต่อคำถาม) จนถึงกับแสดงท่าทางที่ไม่สมควรออกมา และนำไปสู่การที่สื่อนำไปตัดต่อเสนอเพียงแค่ด้านเดียวหรือช่วงตอนที่แสดงกิริยาไม่ดีไปเผยแพร่เท่านั้น

เมื่ออำนาจอยู่ในมือสื่อมวลชน คนบันเทิงคงทำอะไรไม่ได้นอกจาก "ปล่อยไหลไปตามน้ำ" สุดท้ายบางเหตุการณ์ บางกระแสที่เกิดจากน้ำมือสื่อมวลชนอาจทำให้คนบันเทิงตกเป็น "จำเลยของสังคม" ได้ในพริบตา ครั้นจะออกมาแก้ข่าวในช่วงที่กระแสเชี่ยวกรากยิ่งเปลืองตัว จึงทำให้คนบันเทิงส่วนใหญ่ต้องนิ่ง อาจจะนิ่งเพราะจำเป็น หรือนิ่งเพราะจำยอม หรือนิ่งเพราะกลัวการเผชิญหน้า แล้วปล่อยให้กระแสเงียบไปตามเวลา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่ากระแสนั้นต้องใช้เวลายาวนานเท่าไหร่คนถึงจะลืมหรือเรื่องจะเงียบ บางคนถูกระงับงานจากผู้จัด บางคนละครที่แสดงถูกระงับการออกอากาศแม้จะถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว บางคนงานโฆษณายกเลิกการจ้าง บางคนถึงกับนิ่งจนเงียบหายไปจากวงการเลยทีเดียว แล้วหันหลังให้กับวงการเพื่อใช้ชีวิตแบบประชาชนธรรมดา ดำเนินชีวิตแบบคนทั่วไป จนบางทีผู้เขียนนึกถึงคำว่า พ่อแม่รังแกฉัน คงไม่ต่างไปจากการใช้คำว่า "อีกด้านของคมมีดที่สื่อมวลชนมักทำร้ายคนในวงการบันเทิง" ซึ่งเขามักลืมไปว่าทั้งสื่อมวลชนและคนบันเทิงก็ต้องอยู่กันแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า

พอฟังอย่างนี้แล้วหลายคนคงคิดว่า "สื่อออนไลน์ไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป" ตราบใดที่สื่อมวลชนไม่เริ่มก่อน กระแสทางสื่อออนไลน์ก็คงไม่เกิด เพราะทุกอย่างเริ่มต้นจากคนคิด คนเขียน คนทำ...ถึงแม้จะเป็นการเขียนที่มีมูลมาจากความเป็นจริงก็ตาม แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องตอกไข่ใส่ชูรสกันจนทำให้คนบันเทิงบางคนแทบไม่มีที่ยืนในวงการ


ผู้ช่วยศาสตราจารย์นาตยา กันทะเสนา

นักวิชาการอิสระด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด




คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
แอพแรกที่คุณเลือก
คลิปวิดีโอน่าสนใจอื่นๆ