กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก
แถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม Big Data ในงาน "Digital Thailand Big Bang 2018 : Thailand Big Data"

โพสต์เมื่อ 24 ก.ย. 61 07:06:30 | 35


แถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม Big Data ในงาน "Digital Thailand Big Bang 2018 : Thailand Big Data"

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย bkknewsonline เมื่อ 24 ก.ย. 61 07:06:30

แถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม Big Data ในงาน
แถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม Big Data ในงาน "Digital Thailand Big Bang 2018 : Thailand Big Data"
แถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม Big Data ในงาน
แถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม Big Data ในงาน
แถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม Big Data ในงาน
แถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม Big Data ในงาน
แถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม Big Data ในงาน
แถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม Big Data ในงาน
แถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม Big Data ในงาน
กษมา กองสมัคร ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

แถลงผลสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรม Big Data ในงาน "Digital Thailand Big Bang 2018 : Thailand Big Data"

โพสต์โดย bkknewsonline เมื่อ 24 ก.ย. 61 07:06:30


สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ บริษัทไอดีซี รีเสิร์ช (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชั้นนำของโลก เผยผลการสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมบิ๊กดาต้า (Big Data) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยพบว่าภาพรวมอุตสาหกรรมในปี พ.ศ. 2560 มีมูลค่าสูงถึง 11,839 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 13.7 และ 16.4 ต่อปีในปี พ.ศ. 2561 และพ.ศ. 2562 ตามลำดับ ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการใช้งานและลงทุนในเทคโนโลยีบิ๊กดาต้าสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือกลุ่มอุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร กลุ่มสื่อ การสื่อสาร และการขนส่ง และกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต กการก่อสร้าง และทรัพยากรธรรมชาติ



คุณกษมา กองสมัคร ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า การสำรวจข้อมูลและประเมินสถานภาพอุตสาหกรรมบิ๊กดาต้าครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการศึกษาอย่างเป็นทางการ โดยในโครงการมีการจัดทำนิยามอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมในทุกมิติของห่วงโซ่มูลค่า รวมถึงการศึกษามูลค่าของอุตสาหกรรม ซึ่งประเมินจากรายได้ของผู้ประกอบการอันเกิดจากกิจกรรมด้านการขาย การให้บริการปรึกษาและติดตั้ง ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีบิ๊กดาต้าที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยครอบคลุมผู้ประกอบการในห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมทั้ง 3 ประเภท คือ เจ้าของผลิตภัณฑ์ที่มีทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย และผู้ให้บริการที่ปรึกษาหรือติดตั้งดูแลระบบ





เมื่อจำแนกตามประเภทเทคโนโลยี พบว่างานบริการมีมูลค่าสูงที่สุด คือ 6,462 ล้านบาท ตามด้วยซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ มีมูลค่า 3,866 และ 1,51 1 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการพึ่งพาความรู้เฉพาะทางและทักษะชั้นสูงในการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านบิ๊กดาต้าจากฝั่งผู้ให้บริการ ในขณะที่เมื่อจำแนกตามประเภทผู้ประกอบการ พบว่าเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่มีทรัพย์สินทางปัญญาของตนเองมีมูลค่าสูงที่สุดคือ 6,449 ล้านบาท ตามด้วยผู้ให้บริการที่ปรึกษาหรือติดตั้งดูแลระบบ และผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย มีมูลค่า 4,484 และ 906 ล้านบาทตามลำดับ นอกจากนี้จากการศึกษายังพบด้วยว่า ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบิ๊กดาต้าในประเทศไทยในปัจจุบัน เกิดจากโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ปริมาณข้อมูลและแหล่งข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงความต้องการใช้งานการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์และการวิเคราะห์เชิงแนะนำที่ทวีความสำคัญยิ่งขึ้น



จากการศึกษาครั้งนี้ สำนักงานฯ ยังพบแนวโน้มสำคัญของการใช้งานบิ๊กดาต้าในประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีจากนี้ว่า โครงการด้านบิ๊กดาต้าจะมีขนาดเล็ก แต่จะมีหลายโครงการมากขึ้นและมีความถี่ในการจัดตั้งและดำเนินโครงการมากขึ้น โดยองค์กรในประเทศไทยจะมุ่งเน้นการลงทุนในเครื่องมือการวิเคราะห์ที่ชาญฉลาดมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาระบบการทำงานแบบอัตโนมัติโดยอาศัยแมชชีนเลิร์นนิ่ง และปัญญาประดิษฐ์ ส่งผลให้องค์กรต้องเร่งกำหนดนโยบายการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถใช้งานดาต้าได้โดยไม่ขัดแย้งกับข้อกำหนดนโยบายภายใน หรือจริยธรรม กระนั้นแล้วก็ยังมีความท้าทายอีกหลายประการที่ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมต้องเร่งสร้างความเข้าใจและหาทางแก้ไข ได้แก่ ประเด็นเรื่องวัฒนธรรมองค์กร ความรู้ความเข้าใจ ความพร้อมของข้อมูล และการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ เป็นต้น



ซึ่งจากปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น ทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่า อุตสาหกรรมจะมีการอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 13.7 และ 16.4 ต่อปีในปี 2561 และ 2562 ตามลำดับ โดยหากพิจารณาตามประเภทของการลงทุนซึ่งแยกเป็นการลงทุนในฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการธุรกิจ/บริการด้านไอทีแล้ว พบว่าการลงทุนในบริการที่เกี่ยวข้องกับบิ๊กดาต้าจะยังคงมีสัดส่วนมูลค่าสูงที่สุด จากความต้องการทักษะเฉพาะด้านและกรณีใช้งานใหม่ ๆ ที่จะทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น



ทั้งนี้ สำนักงานฯ มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัล ผ่านนโยบายหรือกิจกรรมด้านการตลาดและการลงทุนต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมดิจิทัลในประเทศไทยสามารถพัฒนาและเติบโตได้อย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยครั้งนี้ สำนักงานฯ ได้จัดทำเอกสารเผยแพร่ผลการสำรวจข้อมูล รวมถึงข้อแนะนำในการนำบิ๊กดาต้ามาประยุกต์ใช้ในองค์กรให้ประสบความสำเร็จ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีให้กับทุกภาคส่วน ซึ่งสำนักงานฯ คาดหวังว่าข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการดำเนินธุรกิจ และเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต่อไป




คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !