กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก
"ม.กรุงเทพธนบุรี" ผนึกพลัง "ม.นวมินทราธิราช" พัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์

โพสต์เมื่อ 11 ก.ย. 61 11:57:14 | 20


"ม.กรุงเทพธนบุรี" ผนึกพลัง "ม.นวมินทราธิราช" พัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย prmans เมื่อ 11 ก.ย. 61 11:57:14

"ม.กรุงเทพธนบุรี" ผนึกพลัง "ม.นวมินทราธิราช" พัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์
"ม.กรุงเทพธนบุรี" ผนึกพลัง "ม.นวมินทราธิราช" พัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์
"ม.กรุงเทพธนบุรี" ผนึกพลัง "ม.นวมินทราธิราช" พัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์
"ผศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล" อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
"รศ.นพ.ประยุทธ ศิริวงษ์" คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ศ.ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ - ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง
สักขีพยานเซ็น MOU
ม.กรุงเทพธนบุรี
ม.นวมินทราธิราช

"ม.กรุงเทพธนบุรี" ผนึกพลัง "ม.นวมินทราธิราช" พัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์

โพสต์โดย prmans เมื่อ 11 ก.ย. 61 11:57:14


ปัญหาการขาดแคลนและการกระจายตัวบุคลากรด้านการแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์เฉพาะทาง แพทย์ชนบท และพยาบาล รวมถึงอุปกรณ์ด้านการแพทย์ นับเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งนี้ไม่เพียงเป็นปัญหาในระบบสาธารณสุขสำหรับประเทศไทยเท่านั้น หากแต่เป็นปัญหาระดับโลก เช่น ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ที่ประสบปัญหา

ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการผลิตทรัพยากรบุคคลด้านการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ร่วมกันลงนามกับคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เพื่อทำการลงนามตกลงร่วมกันทางด้านการแพทย์ ณ ห้องประชุม เสนอ ตัณฑเศรษฐี อาคารอำนวยการ ชั้น 2 คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดยมี "ผศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล" อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ "รศ.อนันต์ มโนมัยพิบูลย์" อธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ได้ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางด้านการแพทย์ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ ทั้ง 2 มหาวิทยาลัย

ในการนี้ "ศ.นพ.สารเนตร์ ไวคกุล" คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ในฐานะผู้แทนมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นผู้ลงนามร่วมกับ "รศ.นพ.ประยุทธ ศิริวงษ์" คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดยมี ศ.ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ผศ.วิทยา เบ็ญจาธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา พร้อมด้วยคณาจารย์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าว

"ผศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล" อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี กล่าวว่า เพื่อเป็นส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการแพทย์ และสาธารณสุข เพื่อเป็นการตอบสนองการขาดแคลนบุคลากรทางด้านการแพทย์ ด้วยเหตุนี้ทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีได้มีมติดำเนินการเปิดหลักสูตรทำการเรียนการสอนในหลักสูตรสาขาแพทยศาสตรบัณฑิต ซึ่งเป็นหลักสูตร 6 ปี หลังจากที่ได้เตรียมการและวางแผน พร้อมทั้งหารือกับทาง มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งมีหลักสูตรที่เข้มแข็ง มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2557 ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีจะดำเนินการเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกได้อย่างเร็วที่สุดภายในปีการศึกษา 2563 โดยในช่วงแรกจะทำการรับนักศึกษาเบื้องต้นประมาณ 32 คน รุ่นต่อไปจะเพิ่มเป็น 60 คน ซึ่งจะเป็นคณะที่ 17 ของมหาวิทยาลัยฯ

"พันธกิจของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีคือ การมุ่งผลิตและพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้ ความสามารถควบคู่คุณธรรมและจิตสำนึกที่ดีงามตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยในสาขาวิชาอันเป็นที่ต้องการของประเทศรวมทั้งด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา วิทยาศาสตร์สุขภาพที่เน้นผู้สูงวัยหรือผู้สูงอายุ มุ่งส่งเสริมการทำวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมในแต่ละสาขาวิชาที่มหาวิทยาลัยเปิดดำเนินการเรียนการสอนที่มีทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ มุ่งให้บริการวิชาการแก่สังคมในด้านที่มหาวิทยาลัยมีความพร้อมและเชี่ยวชาญ มุ่งทำนุบำรุงและเสริมสร้างวัฒนธรรมอันดีงามแก่สังคมและพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และมุ่งพัฒนาระบบการบริหารและการจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล ที่สอดคล้องกับบริบทโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับการบริหารวิชาการ กิจการนักศึกษา บริหารบุคลากร บริหารทรัพยากร งบประมาณ บริหารโลจิสติกต์ บริหารวิสาหกิจ และการบริหารทั่วไป"

"รศ.นพ.ประยุทธ ศิริวงษ์" คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า ขอบคุณที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีให้เกียรติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการเป็นพี่เลี้ยงดูแลการดำเนินการหลักสูตรคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี อย่างเช่น พรีคลิกนิก (Preclinic) หรือความรู้พื้นฐานด้วยการแพทย์ เราเชื่อมั่นว่า ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจจริงในการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านการแพทย์ จะขับเคลื่อนหลักสูตรให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานตามที่ทางราชการกำหนดไว้

ประวัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

“มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการอุดมศึกษาและผ่านการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ให้เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชนจาก “วิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” เป็น “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี(มกธ.) หรือ Bangkokthonburi University (BTU)” ในวันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๒

มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี(มกธ.) หรือ Bangkokthonburi University (BTU) ซึ่งเดิมคือ “วิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๕ ตามเจตนารมณ์ของ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศและสนองศรัทธาของชุมชน ความปรารถนาของท่านผู้ปกครอง ศิษย์เก่าพณิชยการกรุงเทพและโพลีเทคนิคพณิชย์กรุงเทพ ตลอดจนเยาวชนและประชาชนทั่วภูมิภาคในการสืบสานสู่การศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่สมบูรณ์แบบภายใต้ปณิธานที่จะให้สถาบันการศึกษาเป็นที่รวมองค์ความรู้วิชาการแขนงต่างๆ อันล้ำเลิศ ทันสมัยและบุคลากรที่มีความสามารถเชี่ยวชาญด้านการศึกษา โดยจัดการศึกษาที่เปิดโอกาสให้บุคคลได้มีโอกาสศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนให้มีความรู้ความสามารถควบคู่กับการมีคุณธรรม จรรยาบรรณในวิชาเรียน และดำรงตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติตามปรัชญาแห่งสถาบันที่ว่า “สร้างปัญญา พัฒนาคน ฝึกฝนคุณธรรม”
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีมีสถานที่ทำการตั้งอยู่ ๒ แห่ง รวมพื้นที่ทั้งหมด ๒๑๙ ไร่ ๓ งาน ๙๔ ตารางวา โดยสถานที่ทำการแห่งแรกตั้งอยู่ ณ เลขที่ ๑๖/๑๐ หมู่ ๒ ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ๑๐๑๗๐ บนพื้นที่ ๑๘๘ ไร่ ๒ งาน ๘ ตารางวา และสถานที่ ทำการแห่งที่ ๒ ตั้งอยู่ ณ ตำบลสระกระโจม อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ๗๒๑๗๐ บนพื้นที่ ๓๑ ไร่ ๑ งาน ๘๖ ตารางวา เนื่องจากทำเลที่ตั้งเป็นบริเวณชานเมืองกรุงเทพฯซึ่งสะดวกต่อการคมนาคมทั้งทางรถยนต์และรถโดยสารประจำทาง อีกทั้งแวดล้อมด้วยหน่วยงานราชการต่างๆ ดังกล่าวเป็นปัจจัยที่เอื้ออำนวยให้การดำเนินงานตามภารกิจหลักของสถาบันลุล่วงไปด้วยดี
ตลอดระยะเวลานับแต่การก่อตั้งสถาบันจาก “วิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” ถึง “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี” ในปัจจุบัน สถาบันการศึกษาแห่งนี้ได้ดำเนินงานตามภารกิจหลักในฐานะสถาบันอุดมศึกษาครบถ้วนทั้ง ๔ ประการอย่างสมบูรณ์ โดยดำรงไว้ซึ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วยภารกิจด้านการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จนเป็นที่ยอมรับของชุมชน สังคมและประเทศชาติ ทั้งมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการเป็นสถาบันที่ก้าวนำการศึกษาให้ครอบคลุมทั่วถึงประชาชนทุกภูมิภาคบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกันและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกสืบไป

ประวัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

"มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช" เดิมชื่อ "มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร" เป็นแนวคิดตั้งแต่สมัยนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นทางเลือกกับนักศึกษาสามารถศึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการเมือง ชุมชนเมืองหลวง และเพื่อตอบสนองความต้องการของเมืองหลวง แต่แนวคิดนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก

ในสมัย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สานต่อ แนวคิดดังกล่าวอีกครั้ง เนื่องจากกรุงเทพมหานครได้เปิดการศึกษาหลายระดับแล้วในระดับอุดมศึกษา 2 แห่ง คือ วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล และวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ โดยเน้นแผนการศึกษาวิชาการที่ไม่ซ้ำซ้อนกับมหาวิทยาลัยที่มีอยู่ในประเทศ และเน้นผลิตบุคลากรสาขาวิชาที่ขาดแคลน และเป็นที่ต้องการของกรุงเทพมหานคร โดยได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับของกรุงเทพมหานคร พ.ศ.... และคณะรัฐมนตรีได้รับร่างพระราชบัญญัติฯ ไว้ ในวันที่ 12 มิถุนายน 2550 แต่หลังจากมีการปรับเปลี่ยนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัตินี้จึงหยุดนิ่งไป

ในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฯ และได้แก้ไขชื่อพระราชบัญญัติจาก ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับของกรุงเทพมหานคร พ.ศ.... เป็น ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ.... ต่อมาในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 สภาผ่านร่าง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ.... และในวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 127 ตอนที่ 63 ก ได้ประกาศพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2553 โดยมีผลใช้บังคับในวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2553 มีสาระสำคัญ คือ กำหนดให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของกรุงเทพมหานคร มีฐานะเป็นนิติบุคคลที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และกฎหมายว่าด้วยการ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น โดยให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ ให้โอนภารกิจและงบประมาณของวิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล และวิทยาลัยพยาบาลเกื้อการุณย์ ในสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ไปเป็นของมหาวิทยาลัยฯภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการโอนบุคลากรซึ่งสังกัดวิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล ไปเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัย และกำหนดวิธีการบริหารกิจการของมหาวิทยาลัย

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยต่อมา ได้ขอพระราชทานนามมหาวิทยาลัยว่า "มหาวิทยาลัยภูมิพล" เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามมหาวิทยาลัยว่า "มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช" เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556 (ที่มา : วิกิพีเดีย)




คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
คลิปวิดีโอน่าสนใจอื่นๆ