กระปุกดอทคอม เว็บแรกที่คุณเลือก
ส่องภาคเกษตรเวียดนาม แล้วย้อนมองไทย

โพสต์เมื่อ 10 ก.ย. 61 14:13:03 | 56


ส่องภาคเกษตรเวียดนาม แล้วย้อนมองไทย

       Kapook World เป็นพื้นที่บริการสาธารณะ เปิดโอกาสให้สมาชิกเว็บไซต์ได้มีพื้นที่ในการโพสต์แนะนำ รูปภาพและคลิป แบ่งปันสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ ผู้โพสต์เนื้อหาควรมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เนื้อหาที่นำมาโพสต์ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และ ห้ามโพสต์รูปภาพ/คลิป VDO/ข้อความ ละเมิดลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นเป็นอันขาด อ่านแบบเต็มคลิกที่นี่...

รูปนี้โพสต์โดย zoom17 เมื่อ 10 ก.ย. 61 14:13:03 จาก URL นี้ : ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

ส่องภาคเกษตรเวียดนาม แล้วย้อนมองไทย
ส่องภาคเกษตรเวียดนาม แล้วย้อนมองไทย

ส่องภาคเกษตรเวียดนาม แล้วย้อนมองไทย

โพสต์โดย zoom17 เมื่อ 10 ก.ย. 61 14:13:03


ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ขาดแคลนแรงงานในบางสาขาอาชีพโดยเฉพาะภาคเกษตรไทย เรื่องนี้จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าแรงงานต่างด้าวซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญจะอยู่กับเราไปได้อีกกี่ปี ถ้าเทียบกับประเทศเวียดนามแล้วสิ่งหนึ่งที่ได้เปรียบไทยมากคือ มีประชากรที่เต็มไปด้วยหนุ่มสาวซึ่งเป็นวัยแรงงานที่แข็งแรง นอกจากนี้ความเจริญในด้านอื่นๆ ของเวียดนามที่มีทั้งรถไฟฟ้าลอยฟ้า (Sky Train) และรถไฟฟ้าใต้ดิน (Sub Way) ที่กำลังก่อสร้างกันอย่างขยันขันแข็ง รวมถึงสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนก็กำลังสร้างใกล้จะสำเร็จแล้ว และก็อีกไม่นาน “การเจริญเติบโตของประเทศไทยเรา อาจจะถูกทิ้งแบบไม่เห็นฝุ่นจากเวียดนาม”


เมื่อเร็วๆ นี้ มีโอกาสได้รับเชิญให้ไปศึกษาดูงานจากบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศเวียดนาม ซึ่งมียอดขายประมาณพันกว่าล้านบาท และติดอันดับต้นๆ ของประเทศ พร้อมกับเดินทางไปชมสวนส้มต่างจังหวัด ห่างจากเมืองฮานอยประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่งมีการบริหารจัดการได้ค่อนข้างดี ทำในรูปแบบที่ปลอดภัยไร้สารพิษ และเป็นที่นิยมไปอย่างแพร่หลาย เหมือนในประเทศไทยเช่นเดียวกัน เพียงแต่เขาจะปลูกค่อนข้างชิดกันไปหน่อย แต่ฟอร์มของต้น การตั้งลำแข้งของลำต้นและทรงพุ่มทำได้ค่อนข้างดี ไม่มีกิ่งฉีกแขนงจากพื้นดินขึ้นมา การดูแลบำรุงดินก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และควบคุมรสชาติอย่างเข้าอกเข้าใจ จากระยะเวลาเพียง 2 วันที่ทีมงานของบริษัทฯ ได้สรุปภาพรวมเศรษฐกิจภาคเกษตรให้ฟัง ทำให้ได้ซึมซับแนวคิดของคนเวียดนามพอสมควร ว่าทำไมเวียดนามจึงส่งออกข้าวแข่งกับไทยได้อย่างสูสี และบางปีก็แซงเป็นแชมป์ส่งออกข้าวเหนือไทยเราได้อย่างง่ายดาย น่าห่วงเหมือนกันว่าทั้งส้ม ลำไย ทุเรียน ถ้าเวียดนามสามารถพัฒนาได้ดีกว่าไทย เราอาจจะเสียโอกาสในการส่งออกไปยังประเทศจีนก็เป็นได้ เนื่องจากเวียดนามกับจีนนั้นมีพรมแดนประชิดติดกัน ทำให้สะดวกและได้เปรียบในเรื่องการขนส่งกว่าหลายเท่า


พูดถึงแนวทางการพัฒนาประเทศภาคการเกษตรของเวียดนาม ก็มีส่วนคล้ายและใกล้เคียงกับประเทศเรามาก มีการกำหนดทิศทางหรือโรดแมปอย่างชัดเจนว่าภายในระยะเวลาอันสั้น เวียดนามจะต้องเลิกใช้สารพิษในภาคการเกษตรให้ได้ ในบ้านเราเองก็กำลังต่อสู้เช่นกัน จากข่าวที่หัวเรือใหญ่เรื่องปลอดสารพิษอย่าง "อาจารย์ยักษ์" วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศท้ารบสารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเสต ด้วยจุดยืนที่หนักแน่น!! “ไม่มีคำว่าลด ต้องเลิกใช้เท่านั้น และต้องเลิกทันที” แต่สุดท้ายก็ ตามสูตรทดเวลา...ที่ต้องยื้อออกไป ทั้งๆ ที่รู้ว่าอันตรายร้ายแรงสักแค่ไหน ทำให้ต้องรอลุ้นว่าระหว่างไทยกับเวียดนาม ใครจะประกาศชัยชนะเรื่องนี้ก่อน


ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ก็แค่อยากให้ประชาชนคนไทยโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรควรให้ความสำคัญกับอาชีพและพัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างความแตกต่างให้กับสินค้าภาคการเกษตรของเรา โดยการตั้งใจทำเกษตรกรรมในรูปแบบที่ปลอดภัยไร้สารพิษ ให้มีความชำนาญยิ่งๆ ขึ้น มิฉะนั้นเราอาจตามพี่น้องเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา พม่า ลาว และโดยเฉพาะเวียดนาม ได้ไม่ทันการณ์



สนับสนุนบทความโดยนายมนตรี บุญจรัส

กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยกรีน อะโกร จำกัด (ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ)

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02 986 1680 – 2


เครดิตจาก : ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ



คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
คลิปวิดีโอน่าสนใจอื่นๆ